ผลวิจัยเอคเซนเชอร์ ชี้ เทคโนโลยีดิจิทัลสร้างผลตอบแทนให้แก่ธุรกิจโรงกลั่น แต่มีความกังวลภัยคุกคามทางไซเบอร์เพิ่มขึ้น

       เอคเซนเชอร์ เผยผลวิจัย การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในธุรกิจโรงกลั่น ช่วยให้สามารถสร้างผลตอบแทนทางการเงิน ชี้ให้เห็นว่าธุรกิจโรงกลั่นยังไม่กล้าลงทุน เหตุกังวลกับปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์ ที่เพิ่มปริมาณขึ้นตามเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมเผย 5 แนวโน้มของอุตสหกรรมโรงกลั่น 

Accenture_Intelligent Refinery_01

เอคเซนเชอร์ เผยผลวิจัย การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในธุรกิจโรงกลั่น ของปี 2018 ชี้ว่า ร้อยละ 41 ระบุว่า บริษัทของตนมองเห็นผลตอบแทนทางการเงินที่ได้จากการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้แล้ว ซึ่งรวมถึงกลุ่มที่มีสัดส่วนร้อยละ 30 ที่ยอมรับว่าเทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ หนึ่งในห้าหรือ ร้อยละ 20 ของผู้ตอบยังกล่าวว่าเทคโนโลยีดิจิทัลช่วยเพิ่มมูลค่าของธุรกิจได้ 50 – 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรืออาจมากกว่านั้น ส่วนผู้ตอบหนึ่งในสามหรือ ร้อยละ 33 ระบุว่า มูลค่าที่เพิ่มขึ้นอยู่ในช่วง 5 – 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

อินทิรา เหล่ามีผล กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจพลังงานและทรัพยากร เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย กล่าว “ปัจจุบันนี้ ธุรกิจโรงกลั่นนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อเทียบกับศักยภาพแท้จริงที่ดิจิทัลสามารถทำได้ รวมถึงพัฒนากระบวนการต่าง ๆ ในธุรกิจใหม่ และปรับเปลี่ยนการทำงานในโรงงานทั้งหมด 

IMGs_228_Resize

การนำเมคโนโลยีมาใช้ในอุตสหกรรม เป็นการเพิ่มการลงทุนด้านดิจิทัลอย่างมียุทธวิธี จะช่วยพัฒนาประสิทธิภาพและผลการดำเนินงานและช่วยให้โรงกลั่นผ่านพ้นสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ แต่ ร้อยละ 38 ผู้บริหารยังมีความกังวลในเรื่องของความปลอดภัยทางข้อมูลเป็นอุปสรรคต่อการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในองค์กร โดยความเสี่ยงที่ผู้ตอบแบบสำรวจเห็นว่ามีส่วนสัมพันธ์กับความปลอดภัยทางไซเบอร์คือ ผลกระทบต่อการดำเนินงาน (ร้อยละ 67) ผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัยของคนทำงาน (ร้อยละ 39) และการละเมิดข้อมูล (ร้อยละ 39)

มีผู้บริหารเพียงร้อยละ 28 ที่ระบุให้เครื่องมือด้านดิจิทัลที่เข้ามาเพิ่มสมรรถนะความปลอดภัยทางไซเบอร์ เป็น ใน เรื่องสำคัญที่สุดในการลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และผู้ตอบก็กังวลว่าการลงทุนด้านดิจิทัลที่ไม่เพียงพอนั้น จะส่งผลต่อความได้เปรียบเชิงแข่งขันอย่างไร (ระบุโดยร้อยละ 67 ของผู้ตอบกังวลว่าดิจิทัลจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มอัตรากำไรได้อย่างไร (ร้อยละ 64) และกังวลว่าการลงทุนด้านดิจิทัลที่ไม่จริงจัง อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการดำเนินงานอย่างไร (ร้อยละ 58)

สาเหตุของการเพิ่มเม็ดเงินลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัลของกิจการมากกว่าครึ่ง (ร้อยละ 59) ที่สำรวจในปีนี้ ซึ่งมีสัดส่วนใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยกิจการต่าง ๆ ได้ลงทุนด้านดิจิทัลมากขึ้นหรือมากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญเมื่อเทียบกับการลงทุนในระยะ12 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ ใน 4 หรือร้อยละ 75 ของผู้ตอบแบบสำรวจยังมีแนวโน้มเพิ่มการลงทุนอีกในช่วง 3 – ปีนับจากนี้  ซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 60 ของผู้ตอบในปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่ายังมีความต้องการเทคโนโลยีดิจิทัลอีกมาก

ธุรกิจโรงกลั่นเกือบครึ่งหรือร้อยละ 48 ประเมินว่าได้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กรเต็มที่หรือค่อนข้างเต็มที่แล้ว (เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 44 ในการสำรวจปีที่แล้วอย่างไรก็ดี โรงกลั่นส่วนใหญ่ก็ยังไม่ได้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลนอกเหนือจากระบบที่พัฒนาแล้วเช่น อนาลิติกส์ อย่างไรก็ดี ผู้บริหารประมาณ ใน หรือร้อยละ 24 เปิดเผยว่า ยังไม่มีบทบาทหน้าที่ที่ชัดเจนว่าใครจะมาขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านดิจิทัล ซึ่งที่จริง ผู้บริหารประมาณร้อยละ 43 ยังเผยว่า การไม่มีกลยุทธ์ด้านดิจิทัลที่ชัดเจนนี้เอง ที่เป็นอุปสรรคในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลต่าง ๆ เข้ามาใช้กับธุรกิจโรงกลั่น

แนวโน้มอุตสําหกรรม โรงกลั่น ในยุคดิจิทัล สรุปได้เป็น 5 เทรนด์ คือ

แนวโน้มที่ 1 เทคโนโลยีคอนเวอร์เจน ที่มีการนำมาใช้จริง ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ผู้บริหารธุรกิจโรงกลั่นนําเทคโนโลยี เข้ามําผสํานใช้กับแผนด้านปฏิบัติการ คิด เป็นกว่า 20% ได้ดําเนินการหลายอย่างเพื่อรับมือกับกํารเปลี่ยนแปงที่เกิดในองค์กร การนำเทคโนโลยี AI และ LOT  เข้ามาใช้ ทั้งในเรื่องของการตรวจสอบอุปกรณ์ การซ่อมบำรุง หรือการปรับปรุงอุปกรณ์ ว่าควรดำเนินการเมื่อใด เพื่อช่วยในการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

       แนวโน้มท่ี2: การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในอุตสหกรรม แต่ยังไม่สามารถนำมาใช้ได้ทั้งหมด ผู้บริหารเกือบ 50% ประเมินการนําเทคโนโลยีดิจิทัลใช้งานอยู่ในนระดับที่เพิ่มสูงขึ้น จากปี 17 ที่มีอยู่ 44% ซึ่งคาดว่า ในอนาคตจะมีการนำมาใช้เพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอน

แนวโน้มท่ี3:ธุรกิจโรงกลั่นส่วนใหญ่ยังไม่ได้เฟ้นมูลค่าออกมาได้อย่างเต็มท่ี เนื่องจากธึชุรกิจนี้ ยังไม่นำเอาเทคโนโลยี หรือศักยภาพของที่มีอยู่ออกมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทำให้ผู้บริหารยังมองไม่เห็นถึงความคุ้มค่าของการใช้เทคโนโลยี ซึ่งมองว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้ สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสหกรรมเพียง 50 ล้านเหรียญ แต่ผู้บริหารต้องการมากกว่านั้น คือ 100 ล้านเหรียญ หรือมากกว่านั้น สำหรับสิ่งที่ลงทุนไป

แนวโน้มท่ี4:การลงทุนที่ไม่มากพอ อาจกลายเป็นความเสี่ยงได้ ผู้บริหารมองว่า 67.4% การลงทุนที่ไม่มากพออาจทำให้เกกิดความเสียเปรียบในการดำเนินธุรกิจ 64% มองว่า ไม่สามารถลดต้นทุน หรือเพิ่มมาร์จิ้นได้อย่างต่อเนื่อง 57% มองในเรื่องของความปลอดภัยของธุรกิจ เนื่องจากภัยคุกคามทางไซเบอร์เพิ่มขึ้น

       แนวโน้มท่ี5:ทักษะของบุคคลากร ที่ยังขาดประสิทธิภาพ ส่งผลต่อการนำเทคโนโลยีมาใช้ในองค์กร 50% ยังกังวลในเรื่องของการนำระบบดิจิทัลมาใช้ 43% กังวลในเรื่องของแผนงานที่ขาดความชัดเจน 37.8% กังวลเรื่องของความปลอดภัยของข้อมูล 33.7% กังวลในเรื่องของทักษะของผู้ปฎิบัติงาน ที่ยังไม่มีความเชี่ยวชาญ หรือความชำนานที่มากพอ

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *