ทวิตเตอร์เผย 10 ท็อปแบรนด์ไทย กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค โทรคมนาคม และธนาคาร ติดอันดับแบรนด์ยอดนิยม

ทวิตเตอร์ได้ประกาศ 10 อันดับแบรนด์ชั้นนำในไทยเป็นครั้งแรก โดยวัดจากการมีส่วนร่วมของกลุ่มผู้บริโภคในช่วงไตรมาสแรกปี 2562 (ระหว่าง 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2562) แบรนด์ที่ติดอันดับนั้นมีทั้งกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค โทรคมนาคม และธนาคาร

อาร์วินเดอร์ กุจรัล กรรมการผู้จัดการ, ทวิตเตอร์ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “ทวิตเตอร์เป็นแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนตามความสนใจของผู้ใช้ ซึ่งเป็นผู้กำหนดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างบนทวิตเตอร์ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ทวิตเตอร์แตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่น โดยผู้ใช้ทวิตเตอร์เป็นผู้มีอิทธิพลทางความคิด เปิดกว้าง ชอบค้นหา และมักลองสิ่งใหม่ๆก่อนเสมอ ทำให้บรรดาแบรนด์ต่างๆ หลั่งไหลมาใช้ทวิตเตอร์เพิ่มมากยิ่งขึ้น

รายงาน #BrandsOnTwitter ประเทศไทยถือเป็นครั้งแรก ซึ่งแสดงผลชัดเจนว่ามีแบรนด์ที่หลากหลายเข้ามาใช้ทวิตเตอร์ในการสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคและสังคมทวิตเตอร์ ตั้งแต่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม โทรศัพท์มือถือ ร้านค้าปลีก ไปจนถึงกลุ่มการเงินและธนาคาร ซึ่งทำให้เห็นว่า แบรนด์ต่างๆ เหล่านี้กำลังใช้แพลตฟอร์มของทวิตเตอร์ในการสร้างฐานการรับรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อช่วยสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค”

10 อันดับแบรนด์ชั้นนำบนทวิตเตอร์ไทย (ไตรมาสแรก ปี 2562)

  1. AIS (@AIS_Thailand)
  2. Oishi Drink Station (@OishiDrinkTH)
  3. Watsons Thailand (@WatsonsThailand)
  4. Samsung Mobile Thailand (@SamsungMobileTH)
  5. MK Restaurants (@MK_Restaurants)
  6. KBank (@KBank_Live)
  7. 7-Eleven Thailand (@7ElevenThailand)
  8. L’Oreal Paris TH (@LOrealParisTH)
  9. Wall’s Thailand (@Walls_Thailand)
  10. Lays Thailand (@laysthailand)

การวิเคราะห์ความสำเร็จของแบรนด์เหล่านี้พบว่ามี 4 วิธีหลักๆ ที่ท็อปแบรนด์เลือกใช้ทวิตเตอร์เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคและผู้ใช้ทวิตเตอร์ในประเทศไทย

  1. พลังของคลิปวีดีโอ
    สถิติยอดเข้าชมวีดีโอบนทวิตเตอร์ในประเทศไทยมีการเติบโตขึ้น 50% ในปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้แบรนด์สินค้าต่างๆ ตระหนักถึงพลังอันมหาศาลของคลิปวีดีโอบนทวิตเตอร์ จากการวิจัยของทวิตเตอร์แสดงให้เห็นว่า การทวีตพร้อมวีดีโอช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมมากขึ้นกว่า 10 เท่าเมื่อเทียบกับการทวีตแบบที่ไม่มีวีดีโอ อีกทั้งวีดีโอโฆษณาแบบในสตรีม (โฆษณาที่ต้องดูให้จบก่อนที่จะแสดงวีดีโอคอนเทนท์หลักของผู้เผยแพร่บนทวิตเตอร์) ช่วยเพิ่มการจดจำในโฆษณาขึ้น 70% และส่งผลให้ผู้บริโภคมีความตั้งใจที่จะซื้อสินค้าสูงขึ้น 6% เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้รับชมวีดีโอโฆษณา*

แบรนด์ในประเทศไทยต่างกำลังลงทุนในการทำวีดีโอที่สร้างสรรค์และมีคุณภาพสูงเพื่อโปรโมตผลิตภัณฑ์และบริการ หวังดึงกลุ่มเป้าหมายให้เข้ามามีส่วนร่วมกับแบรนด์มากขึ้น เช่น Samsung Mobile TH (@SamsungMobileTH) ที่ทำให้สมาร์ทโฟน #GalaxyA50TH กับแคมเปญ #WeMakeADifference เป็นที่กล่าวถึงอย่างมากในช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 ซึ่งมีอินฟลูเอนเซอร์และบล็อกเกอร์มาช่วยเน้นถึงฟังก์ชั่นที่แตกต่างของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้

ในขณะที่บางแบรนด์ใช้วีดีโอในการให้ข้อมูลกับผู้บริโภค อย่าง KBank Live (@KBank_Live) ที่ทำวีดีโอให้ความรู้กับเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินที่ปลอดภัย ด้วยการสร้างแคมเปญแนะนำเรื่องการไม่เปิดเผยข้อมูลให้กับผู้อื่นและรักษาข้อมูลส่วนตัวไว้เป็นความลับ ซึ่งเป็นการนำเนื้อหาที่อาจจะเข้าใจยากมาผสมผสานกับรูปแบบการทำวีดีโอสั้นในแนวตลก ทำให้วีดีโอตัวนี้ของ KBank Live ดูสนุกและกลายเป็นที่จดจำมากขึ้น

2. ขยายภาพลักษณ์ของแบรนด์ผ่านการร่วมงานกับคนดัง
หลายแบรนด์ที่ติดอันดับ Top 10 บนทวิตเตอร์ในไทย ใช้กลยุทธ์การร่วมงานกับคนดัง ด้วยการใช้กลยุทธ์ออฟไลน์ ออนไลน์ และทำให้เกิดการสนทนาบนทวิตเตอร์ ในไตรมาสแรกของปีนี้ 7-Eleven Thailand (@7ElevenThailand) ลุยทำการตลาดในเรื่องบัตรสมาชิกและแอปพลิเคชั่น ALL Member ด้วยการดึง “นาย ณภัทร” มาร่วมสร้างการมีส่วนร่วมกับสังคมทวิตเตอร์ทั่วไทย และประสบความสำเร็จในการโปรโมต #AllMember

MKRestaurants_TH (@MK_Restaurants) ได้สร้างภาพลักษณ์ให้มากกว่าการเป็นธุรกิจร้านอาหาร ด้วยการสร้างกระแสก่อนเปิดตัวแคมเปญ #MKX บนทวิตเตอร์ เพื่อผูกแบรนด์เข้ากับไลฟ์สไตล์ต่างๆ เช่น การทำอาหาร ศิลปะ เกม ดนตรี และแฟชั่น ซึ่งหลังจากทวีตข้อความว่าอยากเห็น MK ไป “X” กับอะไรอย่างต่อเนื่อง ท้ายที่สุด MK ก็ประกาศความร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่นชื่อดังอย่าง “มิลิน”เป็นครั้งแรก

3. เป็นส่วนหนึ่งในบทสนทนา
ผู้ใช้ทวิตเตอร์เป็นผู้มีอิทธิพล เปิดกว้างต่อแนวคิด ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ และชอบที่จะได้เป็นกลุ่มแรกที่ได้ลองและได้ซื้อ การสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้ใช้ทวิตเตอร์และสังคมทวิตเตอร์นั้นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับแบรนด์ต่างๆ ในการสร้างความน่าเชื่อถือและได้ผลตอบแทนการลงทุนที่คุ้มค่าสูงสุด

ไตรมาสแรกของปีนี้ Watsons Thailand (@WatsonsThailand) แอคทีฟเป็นอย่างมากในการสร้างคอนเทนต์ให้ออกมาสม่ำเสมอ เช่น การแชร์เคล็ดลับความงาม การเล่นเกมและแจกของรางวัล รีวิวผลิตภัณฑ์ และจัดโปรโมชั่นด้วยข้อเสนอที่สามารถใช้ได้ทั้งการซื้อสินค้าในร้านและผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งวัตสันงัดกลยุทธ์การตลาดออนไลน์สู่ออฟไลน์และออนไลน์สู่ออนไลน์ ตลอดจนสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคบนทวิตเตอร์

การได้รู้ว่าผู้บริโภคนั้นกำลังพูดถึงสิ่งใดบนทวิตเตอร์ช่วยให้แบรนด์กำหนดเป้าหมายได้ถูกต้องมากขึ้น และการเข้าไปร่วมในบทสนทนาก็ช่วยสร้างความเชื่อถือและความจงรักภักดีระหว่างผู้บริโภคต่อแบรนด์นั้นๆ อีกด้วย

การรีทวีตข้อความบนทวิตเตอร์นั้นเป็นเทคนิคหนึ่งที่แบรนด์ใช้เป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนานั้นๆ ตัวอย่างเช่น L’OrealParis TH (@LOrealParisTH) แชร์รีวิวจากผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าของแบรนด์จากร้านสะดวกซื้อ หรือ Lays Thailand (@laysthailand) มักจะรีทวีตข้อความหรือรีวิวของผู้บริโภคเสมอ

4. เจาะกลุ่มเป้าหมาย
การรู้จักกลุ่มเป้าหมาย คือพื้นฐานเบื้องต้นของการตลาด แต่บ่อยครั้งที่แบรนด์เลือกใช้วิธีกระจายการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายด้วยหวังว่าจะช่วยสร้างการจดจำของแบรนด์และสร้างยอดขาย ผู้ใช้งานทวิตเตอร์ มีความหลากหลายมาก แต่เป็นสังคมที่มีความสนใจที่ชัดเจน ซึ่งแบรนด์ต่างๆ สามารถกำหนดเป้าหมายเรื่องผลิตภัณฑ์ บริการ และข้อความต่างๆ ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายได้

AIS (@AIS_Thailand) ตระหนักถึงความสนใจของคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยและมีชีวิตชีวา ทำให้ AIS (@AIS_Thailand) ออกโปรโมชั่นด้วยแพ็คเกจ U-ZEED ซึ่งโดนใจกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักเรียน นักศึกษา และคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์ในการฟังเพลง การเล่นเกม การดูหนัง และการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ค

Wall’s Thailand (@Walls_Thailand) นั้นสร้างสรรค์วีดีโอที่รวมเหล่ายูทูบเบอร์เพื่อนำเสนอไอศครีมวอลล์คาลิปโปรสใหม่ ที่มีสไตล์สนุกสนาน ตรงกับกลุ่มผู้บริโภคของแบรนด์บนสังคมทวิตเตอร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *