รมว.ดีอี ตรวจเยี่ยม ไปรษณีย์ไทย ชี้ต้องขับเคลื่อนองค์กรด้วยดิจิทัล และบิ๊กดาต้า ด้านไปรษณีย์ไทยขานรับนโยบาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) เข้าตรวจเยี่ยม บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สำนักงานใหญ่ (ปณท) มอบนโยบายให้ไปรษณีย์ไทยขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย อาทิ การนำระบบดิจิทัลและบิ๊กดาต้ามาใช้ รวมทั้งการสร้างความเชื่อมั่นในการให้บริการ นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้ไปรษณีย์ไทยไปจัดทำแผนการปรับปรุง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมรับมือสถานการณ์ในอนาคต

นโยบายหลัก ไปรษณีย์ไทย ที่เน้นมี 4 ข้อ คือ 1.) บริการไปรษณียภัณฑ์ 2.) บริการขนส่งและโลจิสติกส์ 3.) บริการระหว่างประเทศ และ 4.) บริการค้าปลีกและการเงิน รวมถึงการมุ่งปรับปรุงพัฒนางานบริการต่างๆ ให้สอดคล้องและทันกับความต้องการของผู้บริโภค

พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(รมว.ดศ.) กล่าวว่า “ไปรษณีย์ไทย มีจุดแข็ง คือ มีเจ้าหน้าที่ที่เข้าถึงการบริการทุกพื้นที่ โดยจะเน้นที่จะต้องพัฒนาและส่งเสริมให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อการให้การขับเคลื่อนของไปรษณีย์ไทยสามารถแข่งขันได้ จึงจำเป็นจะต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาองค์กรอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ทันกับคู่แข่ง เพราะจากข้อมูลที่ตนได้รับบริษัทเอกชนมีการเติบโตอย่างมาก และมีการส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มมากขึ้น หากไปรษณีย์ไทยไม่มีการปรับปรุงอาจจะส่งผลกระทบกับรายได้ในอนาคต

ไปรษณีย์ไทยจะต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นในการให้บริการ มีความโปร่งใส พร้อมนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการทำงาน โดยเฉพาะกรณีการตรวจสอบพัสดุต้องสงสัย อาทิ อาวุธ ยาเสพติด หรือสิ่งต้องห้ามอื่นๆ เหมือนกับต่างประเทศเพราะเรื่องดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งการตรวจสอบจะต้องสามารถทำได้ตั้งแต่ต้นทาง เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนและตัวเจ้าหน้าที่คัดแยกเอง รวมทั้งในกระบวนการทำงานด้านอื่นๆ ก็จำเป็นจะต้องนำเอาเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มเติมเช่นกัน

ไปรษณีย์ไทยจัดทำแผนการปรับปรุง ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน รับมือสถานการณ์ในอนาคต พร้อมเสนอกระทรวงฯ ภายใน 1 เดือน เพื่อกระตุ้นการทำงานและเป็นการแสดงให้เห็นว่าไปรษณีย์ไทยไม่ได้อยู่ในช่วงขาลง ทั้งนี้ เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าไปรษณีย์จะสามารถปรับตัวได้เพราะมีจุดแข็งหลายด้านโดยเฉพาะในส่วนของบุคลากรที่มีความชำชาญมาอย่างยาวนาน

ไปรษณีย์ไทยจะต้องมีการพัฒนาระบบ BIG DATA หรือการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลของผู้ใช้บริการมาใช้ประโยชน์ในการดำเนินงาน ซึ่งจะช่วยให้ไปรษณีย์รับรู้ถึงพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค พร้อมนำมาพัฒนาเป็นงานบริการใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์และทันกระแสกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ไปรษณีย์ไทยเป็นหน่วยงานที่สามารถเข้าถึงข้อมูลพื้นฐานของผู้ใช้บริการได้ดีอยู่แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะนำข้อมูลเหล่านั้นมาปรับใช้ในการยกระดับองค์กรให้มีศักยภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เพียงแค่ไปรษณีย์ที่ต้องเข้าถึงเรื่องดังกล่าวเท่านั้น แต่ Big Data ถือเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับทุกองค์กร

สมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทย ดำเนินการพัฒนาและยกระดับการบริการตลอดเวลา ทั้งในแง่ของคุณภาพการให้บริการ ที่มีความครอบคลุม หลากหลาย และการดูแลพัสดุทุกชิ้น และในแง่ของความรวดเร็วในการขนส่ง ในการรายงานสรุปผลการดำเนินงานของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ถึงเกี่ยวกับภาพรวมกิจการไปรษณีย์ ซึ่งแบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.) บริการไปรษณียภัณฑ์ (Mail Service) 2.) บริการขนส่งและโลจิสติกส์ (Express and Logistics Service) 3.) บริการระหว่างประเทศ (International Service) และ 4.) บริการค้าปลีกและการเงิน (Retail and Financial Service) รวมทั้งได้กล่าวถึงนโยบายการดำเนินกิจการไปรษณีย์ในอนาคต และการสนับสนุนวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนประเทศ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *