อาร์ทีบีฯ จับมือ คอมเซเว่น ส่ง “Master & Dynamic” หูฟังระดับพรีเมี่ยม รุกตลาด

อาร์ทีบีฯ จับมือ คอมเซเว่น ส่ง “Master & Dynamic” หูฟังระดับพรีเมี่ยม รุกตลาดไทย รับปลายปีพร้อมกันถึง 3 รุ่น ได้แก่ Master & Dynamic MW65, Master & Dynamic MW07 PLUS, Master & Dynamic MW07 GO และ Master & Dynamic MW65 มั่นใจความร่วมมือกันครั้งนี้จะดันยอดขายหูฟัง Master & Dynamic เติบโตเพิ่มขึ้น และทำให้อาร์ทีบีครองแชมป์หูฟังพรีเมี่ยมอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผลประกอบการทั้งปี คาดยอดขายรวมเติบโตไม่ต่ำกว่า 25% จากปี 2561 ที่ผ่านมา

บรรพต วัฒนสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด เปิดเผยว่า จากความสำเร็จในการร่วมกับ คอมเซเว่น ทำตลาดหูฟังไฮเอนด์หลายปีที่ผ่านมา ทำให้อาร์ทีบีเข้าถึงลูกค้ากลุ่มนี้ได้ครอบคลุมทุกพื้นที่มากขึ้น ดังนั้น ปีนี้ อาร์ทีบี จึงร่วมมือกับ ร้าน BB Beyond D-Box ของบริษัท คอมเซเว่นฯ ซึ่งเน้นสินค้านวัตกรรม ที่มีความทันสมัย และเจาะกลุ่มตลาดพรีเมียม เปิดตัวหูฟังไฮเอนด์แบรนด์ดังอย่าง Master & Dynamic รุ่นใหม่ล่าสุดบุกตลาด เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดหูฟังไฮเอนด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจยังคงชะลอตัว แต่ด้วยไลฟ์สไตล์และความคาดหวังของนักฟังเพลงรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไป โดยมองหาและต้องการหูฟังที่มีคุณภาพสูงเพื่อยกระดับการฟังเพลงอย่างเต็มอรรถรสยิ่งขึ้น ส่งผลให้ตลาดหูฟังกลุ่มนี้เติบโตต่อเนื่อง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดหูฟัง True Wireless เป็นตลาดที่เติบโดขึ้นหลายเท่าตัว โดยในปี 2561 ที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดหูฟังไฮเอนด์ของบริษัทฯ มีการเติบโตประมาณ 15% และปีนี้คาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้น 25% พร้อมมั่นใจว่า การที่อาร์ทีบี ผนึกกำลังเป็นพันธมิตรกับคอมเซเว่น ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำที่ดำเนินธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอที & Gadget ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคมายาวนาน ทั้งในด้านคุณภาพและมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ จะช่วยขยายตลาดหูฟังไฮเอนด์ และทำให้แบรนด์ Master & Dynamic เติบโตยิ่งขึ้น

Master & Dynamic MW65 เป็นหูฟังไร้สายแบบครอบหูที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation (ANC) แบบ Hybrid (Feed-Forward และ Feed-Back) เพื่อให้คนรักเสียงเพลงได้ดื่มด่ำไปกับการฟังเสียงดนตรีอย่างชัดเจนเต็มอรรถรสยิ่งกว่าเดิม แม้จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีเสียงรบกวนรอบด้าน ทั้งยังให้ประสิทธิภาพการขับเสียงชั้นเยี่ยมจากไดร์เวอร์แบรีลเลียม (Beryllium) ขนาด 40 มม. ซึ่งเป็นไดรเวอร์ประเภทเดียวกับหูฟังระดับสูง จึงช่วยให้ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงคมชัดและเป็นธรรมชาติ รวมถึงไมโครโฟนแบบ Beamforming Noise Reduction ซึ่งจะช่วยกรองเสียงรบกวนหรือสิ่งแวดล้อมจากภายนอกให้เบาลง เพื่อความสะดวกในการสนทนาโทรศัพท์ และ การใช้คำสั่งเสียงอย่าง Google Assistant ได้อย่างแม่นยำ ยิ่งไปกว่านั้น ตัวหูฟังยังได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันด้วยวัสดุพรีเมี่ยม ทั้งอโนไดซ์อลูมิเนียมเคลือบอย่างดี หุ้มด้วยหนังวัวแท้ Havvy-Grain เพื่อเพิ่มความทนทาน และ Ear Pads ทำจากหนังแกะแท้ โดยภายในเป็นเมมโมรี่โฟม ทำให้ทนทาน น้ำหนักเบา และนุ่มสบายเวลาสวมใส่อย่างมาก นอกจากนี้ ยังรองรับ aptX และ SBC ซึ่งช่วยให้การเชื่อมต่อหูฟังได้ดีเยี่ยมไม่สะดุด โดยแบตเตอรี่สามารถรองรับการใช้งานได้ต่อเนื่องนานถึง 18 ชั่วโมง มีให้เลือก 3 สี ดำ เทา น้ำตาล ในราคา 19,900 บาท

โดยในรุ่น MW65 นี้ จะมีคอลเล็คชันพิเศษที่ทำร่วมกับกระเป๋า Zero Halliburton ผู้ผลิตกระเป๋าที่มีความทนทานสูงสุด ซึ่งส่งไปเก็บตัวอย่างหินบนดวงจันทร์ กับยาน Apollo มาแล้ว จำหน่ายเพียง 40 ตัวในประเทศไทยเท่านั้น โดย 20 ตัวใน 40 ตัวนี้ จะมาพร้อมลายเซ็นต์ Kevin Durant นักบาสเก็ตบอล อันดับ 1 ของโลก อีกด้วย พบกับ MW65 Zero Halliburton ได้เฉพาะที่ร้าน BB-Beyond D-Box, Studio7 และ Dilok Basketball Store เท่านั้น ราคา 33,900 บาท และมีสีขาว(Kevin Durant) น้ำตาล และดำ

ส่วน Master & Dynamic MW07 PLUS เป็นหูฟังไร้สาย In-Ear แบบ Truly Wireless ที่เพิ่มฟังก์ชันของ Active Noise Cancelation ต่อยอดมาจากหูฟัง Truly Wireless รุ่นแรกอย่าง MW07 และที่สำคัญ แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานกว่ากว่าเดิมถึง 3 เท่า ทำให้คอเพลงสามารถฟังเสียงดนตรีได้ยาวนานต่อเนื่อง 10 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และสามารถชาร์จได้อีก 3 ครั้งเมื่อเก็บลงในกล่องเคส รวมเวลาการใช้งานทั้งหมด 40 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับอรรถรสของการฟังเพลงที่มีประสิทธิภาพมากสูงสุด โดยความพิเศษของหูฟังรุ่นนี้อยู่ที่การเลือกใช้วัสดุอย่างพิถีพิถันคุณภาพระดับพรีเมี่ยมด้วยวัสดุทำมือจาก Acetate จึงทำให้ลวดลายบนหูฟังทั้งสองข้างมีความประณีต สวยงามหรูหรา และที่สำคัญคือ ทุกตัวจะมีลวดลายที่ต่างกัน เป็นหนึ่งเดียวในโลกเท่านั้น ทั้งยังทนทานและน้ำหนักเบาอีกด้วย โดยตัวหูฟังจัดเก็บในกล่องชาร์จสแตนเลสที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนี้ ยังมาพร้อมไดรเวอร์แบรีลเลียม (Beryllium) ขนาด 10 ม.ม. ทำให้ถ่ายทอดเสียงดนตรีได้อย่างคมชัดและเป็นธรรมชาติ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีเสียงชั้นยอดที่ปรับปรุงขึ้นใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Ambient Listening Mode และระบบตัดเสียงรบกวน Active Noise-Cancelling ทำให้คุณสามารถจะเพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงได้ดั่งใจตามต้องการในทุกที่ทุกเวลา พร้อมรองรับการเชื่อมต่อบลูทูธ 5.0 ช่วยให้การเชื่อมต่อทำได้รวดเร็วและส่งสัญญาณได้ไกลถึง 30 เมตร รวมถึงมีซิลิโคน Fit Wings ให้เลือก 2 ขนาด ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่คิดค้นขึ้นมาเองเพื่อให้ตัวหูฟังแน่นกระชับแต่รู้สึกเบาสบายกับรูหูสูงสุด โดยมีทั้งหมด 4 สี ได้แก่ BLACK QUARTZ, STEEL BLUE, WHITE MARBLE, TORTOISE SHELLพร้อมวางจำหน่ายในราคา 12,900 บาท

ขณะที่ Master & Dynamic MW07 GO เป็นหูฟังไร้สาย In-Ear แบบ Truly Wireless ที่ได้รับการพัฒนาจากความสำเร็จของหูฟังรุ่นยอดนิยม MW07 เช่นกัน โดยในครั้งนี้มาพร้อมสีสันใหม่เพื่อมอบประสบการณ์ฟังเพลงอย่างมีสไตล์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยการใช้วัสดุ TR90 ซึ่งเป็นวัสดุที่นิยมใช้ในการประกอบแว่นตา Sport ระดับมืออาชีพ ทำให้หูฟังมีความแข็งแรง ทนทาน และน้ำหนักเบาเพียง 7.4 กรัมเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมไดร์เวอร์แบรีลเลียม (Beryllium) ขนาด 10 มม. ทำให้การถ่ายทอดรายละเอียดเสียงได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งคมชัดสมจริงและเป็นธรรมชาติ ทั้งยังรองรับเทคโนโลยีป้องกันเหงื่อและความชื้นตาม Studio 7มาตรฐาน IPX6 รวมถึงมีซิลิโคน Fit Wings ให้เลือก 2 ขนาด แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 10 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และสามารถชาร์จเพิ่มได้อีก 12 ชั่วโมงจากตลับชาร์จหุ้มด้วยผ้าเกรดพรีเมียม Technical Knit ที่ใช้กับสินค้าไฮเอนด์ โดยจะมีความทนทาน และระบายอากาศได้ดี นอกจากนี้หูฟังยังรองรับการเชื่อมต่อบลูทูธ 5.0 ช่วยให้การเชื่อมต่อทำได้รวดเร็วและส่งสัญญาณได้ไกลสูงสุดถึง 30 เมตร โดยมีทั้งหมด 4 สี คือ JET BLACK, STONE GREY, FLAME RED, ELECTRIC BLUE พร้อมวางจำหน่ายในราคา 7,990 บาท

ผู้สนใจสามารถหาซื้อและสัมผัสประสบการณ์ฟังเพลงคุณภาพที่มาพร้อมสีสันและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของหูฟังทั้ง 3 รุ่นใหม่จากแบรนด์ “Master & Dynamic” ได้แล้ววันนี้ที่ BB Beyond D-Box เมกาบางนา, Studio7, iStudio by CPW, iSutdio by SPVi, มั่นคงแก็ดเจ็ท, King Power, Siam Discovery, Power Mall, BKK Audio, Pro Pligin, Soundproof Brothers, Mercular, 425 Degree, HIS, Lazada, Shopee และ We Mall หรือสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทาง www.rtbtechnology.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *