การโจมตีด้วยสปายแวร์ที่เพิ่มขึ้นทำให้องค์กรธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้น ตามรายงานของแคสเปอร์สกี้ บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลระดับโลก ปี 2025 โซลูชันทางธุรกิจของแคสเปอร์สกี้สามารถบล็อกการโจมตีด้วยสปายแวร์ที่มุ่งเป้าไปที่องค์กรในภูมิภาคนี้ได้ 818,939 ครั้ง ซึ่งเพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับปี 2024
การตรวจจับสปายแวร์ของแคสเปอร์สกี้สำหรับองค์กรธุรกิจต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ไซมอน เติ้ง ผู้จัดการทั่วไป ภูมิภาคอาเซียนและกลุ่มประเทศเกิดใหม่ของเอเชียแคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า “ข้อมูลของแคสเปอร์สกี้แสดงให้เห็นว่าเรากำลังเข้าสู่ยุคที่ผู้คุกคามมองไกลกว่าการก่อกวนธุรกิจ เราเห็นการเพิ่มขึ้นของการรวบรวมข้อมูลเจาะลึกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้เน็ตเวิร์กองค์กรกลายเป็นแหล่งล่าข้อมูลที่ละเอียดอ่อน”
สปายแวร์ เป็นซอฟต์แวร์ประเภทหนึ่งที่ติดตั้งลงในคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อรวบรวมข้อมูล การสอดแนมของสปายแวร์ทำให้ผู้ใช้เสี่ยงข้อมูลรั่วไหลและการนำข้อมูลส่วนตัวที่เป็นความลับไปใช้ในทางที่ผิด สปายแวร์ยังส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของเน็ตเวิร์กและอุปกรณ์ ทำให้กิจกรรมประจำวันของผู้ใช้ช้าลง
เมื่อเปรียบเทียบกับปีต่อปี (YoY) แคสเปอร์สกี้ตรวจพบการเพิ่มขึ้นของสปายแวร์โจมตีองค์กรมากที่สุดในประเทศสิงคโปร์ (111%) รองลงมาคือฟิลิปปินส์ (85%) และมาเลเซีย (75%) อินโดนีเซียมีการเพิ่มขึ้น 35% และเวียดนามเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปีต่อปี มีเพียงประเทศไทยเท่านั้นที่ลดลง –53%

เดือนมีนาคม 2025 แคสเปอร์สกี้ เปิดโปง Operation ForumTroll ซึ่งเป็นแคมเปญจารกรรมทางไซเบอร์แบบเจาะจงเป้าหมายที่ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่Zero-day ของ Chrome เพื่อแทรกซึมเข้าไปในองค์กรต่างๆ ในภาคสื่อ รัฐบาล การศึกษา และการเงิน ผู้โจมตีใช้การส่งอีเมลฟิชชิงที่ปรับแต่งมาเป็นพิเศษ โดยปลอมแปลงตัวเป็นคำเชิญเข้าร่วมฟอรัม Primakov Readings เพื่อเข้าถึงระบบในขั้นต้นเมื่อเข้าไปได้แล้วจะได้ติดตั้งเครื่องมือสปายแวร์ เช่น LeetAgent และ Dante ซึ่งเป็นเวอร์ชันขั้นสูงกว่า โดยทั้งสองเชื่อมโยงกันผ่านโครงสร้างพื้นฐานและเทคนิคที่ใช้ร่วมกัน ชี้ให้เห็นถึงปฏิบัติการที่มีการประสานงานและมีทรัพยากรอย่างดี
แคมเปญนี้เน้นให้เห็นว่าสปายแวร์เป็นรากฐานของการจารกรรมทางไซเบอร์สมัยใหม่ โดยช่วยให้ผู้โจมตีสามารถตรวจสอบระบบอย่างเงียบๆ เก็บข้อมูลที่ละเอียดอ่อน และติดตามการสื่อสารภายในเป็นเวลานาน เครื่องมือเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อการซ่อนตัวและการคงอยู่ ทำให้ผู้ก่อภัยคุกคามสามารถสร้างภาพรายละเอียดของกิจกรรมในองค์กรและดึงข้อมูลข่าวกรองที่มีมูลค่าสูงออกมาได้ซึ่งเป็นการตอกย้ำบทบาทที่เพิ่มขึ้นของสปายแวร์ขั้นสูงในการรวบรวมข้อมูลข่าวกรองแบบเจาะจงเป้าหมายในระยะยาว
“สปายแวร์เป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะสปายแวร์ทำงานเงียบๆ และดึงเอาข้อมูลที่สำคัญที่สุดไป นั่นคือ ข้อมูลละเอียดอ่อน ข้อมูลเชิงกลยุทธ์ และข้อมูลเจาะลึกขององค์กร ในสภาพเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนในปัจจุบันและสภาพแวดล้อมทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อนมากขึ้น ข้อมูลเจาะลึกเหล่านี้จึงมีค่ามากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้โจมตีสามารถสังเกต รวบรวม และใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้ตลอดเวลา เปลี่ยนการติดมัลแวร์เพียงครั้งเดียวให้เป็นการละเมิดความไว้วางใจ ความสามารถในการแข่งขัน และความปลอดภัยในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องขององค์กร เพื่อรับมือกับเรื่องนี้
องค์กรจำเป็นต้องก้าวข้ามระบบรักษาความปลอดภัยแบบดั้งเดิม และนำโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งใช้ข้อมูลเชิงลึกมาใช้ เพื่อตรวจจับและขัดขวางภัยคุกคามก่อนที่ข้อมูลจะถูกละเมิด” ไซมอน กล่าวเสริม
ผู้เชี่ยวชาญของแคสเปอร์สกี้แนะนำให้องค์กรต่างๆ ปฏิบัติดังต่อไปนี้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการโจมตีของสปายแวร์ที่เป็นอันตราย




