เจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า “The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของฮุนไดในประเทศไทย โดยเราต่อยอดความสำเร็จของ IONIQ 5 ในตลาดโลก ซึ่งเป็นรุ่นที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันยอดขายทะลุ 500,000 คันทั่วโลกของรถไฟฟ้าตระกูล IONIQ ของฮุนได ในปีที่ผ่านมา The new 2026 IONIQ 5 N Line ถือว่าเป็นรถที่ได้รับการปรับโฉม (Product Enhancement) ทั้งภายนอกและภายใน โดยการนำจุดแข็งด้านเทคโนโลยี ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และคุณภาพจาก IONIQ 5 มาเสริมคาแรกเตอร์และดีไซน์จากรถไฟฟ้าสมรรถนะสูงอย่าง IONIQ 5 N ที่ดูเร้าใจและทันสมัยภายใต้สโลแกน Never Ordinary เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าไทย ที่มีคาแรกเตอร์เฉพาะตัว โดดเด่น ไม่ซ้ำใคร และต้องการรถ EV ที่มีดีไซน์แตกต่าง มีสไตล์ ที่ทำให้คนต้องหันมองทุกครั้งที่ได้เห็น”
“ขณะเดียวกัน การประกอบ The new 2026 IONIQ 5 N Line ในประเทศไทย ยังสะท้อนความเชื่อมั่นของฮุนไดต่อศักยภาพของประเทศไทย ทั้งด้านบุคลากร พันธมิตรการผลิต ซัพพลายเชนยานยนต์ และมาตรฐานคุณภาพที่ตลาดสากลยอมรับ โดยปัจจุบัน IONIQ 5 มีการผลิตในโรงงานฮุนได 6 แห่ง จากทั้งหมด 14 แห่งทั่วโลก ได้แก่ เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม อินเดีย สหรัฐอเมริกา และประเทศไทย ขณะที่ The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย ยังทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ 2 ที่ประกอบรุ่น N Line ต่อจากเกาหลีใต้ ณ เมืองปูซาน

คิม อินฮวา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ HMMT กล่าวว่า “HMMT มีศักยภาพในการประกอบได้ทั้งรถยนต์และแบตเตอรี่แรงดันสูง เราให้ความสำคัญกับความแม่นยำและความปลอดภัยสูงสุด มีการใช้เทคโนโลยี เครื่องจักรและระบบอัตโนมัติจากประเทศเกาหลีใต้ ผสานการทำงานภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญจากฮุนได เพื่อให้ลูกค้าชาวไทยได้มั่นใจว่า รถยนต์ที่ประกอบออกจาก HMMT ทุกคัน จะอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกันกับรถยนต์ฮุนไดทั่วโลก”
แบตเตอรี่ 84 kWh เทคโนโลยี 800V และชาร์จเร็ว 18 นาที ตอบโจทย์การใช้งาน EV ในชีวิตจริง
การชาร์จ The new 2026 IONIQ 5 N Line รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 350 kW โดยสามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาประมาณ 18 นาที ช่วยลดเวลารอระหว่างเดินทางไกล และรองรับการชาร์จ AC สูงสุด 10.5 kW ผ่านหัวชาร์จ Type 2 โดยใช้เวลาชาร์จจาก 10% ถึง 100% ประมาณ 7 ชั่วโมง 35 นาที เหมาะกับการชาร์จที่บ้านในช่วงกลางคืนหรือที่พักอาศัย ทำให้การใช้ EV ในชีวิตประจำวันสะดวกขึ้น และช่วยให้ผู้ขับขี่วางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมฟังก์ชัน Vehicle-to-Load หรือ V2L ที่สามารถจ่ายไฟจากรถไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้สูงสุด 3.6 kW เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมกลางแจ้ง การเดินทางพักผ่อน หรือการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าในสถานการณ์จำเป็น
สมรรถนะขับเคลื่อนล้อหลัง 225 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร พร้อมโหมดขับขี่ 5 รูปแบบ
ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut และด้านหลังแบบ Multi-link พร้อม Damping Control System แบบ High Performance ช่วยเสริมความมั่นคงในการขับขี่ ขณะที่ระบบเบรกแบบ Ventilated Disc ทั้งหน้าและหลัง พร้อม Active Hydraulic Booster รองรับการทำงานร่วมกับระบบ Regenerative Braking โดยผู้ขับขี่สามารถปรับระดับการหน่วงพลังงานกลับได้ ผ่าน Paddle Shifters หลังพวงมาลัย
The new 2026 IONIQ 5 N Line มาพร้อมโหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ ได้แก่ Eco, Normal, Sport, My Drive และ Snow เพื่อให้ผู้ขับขี่เลือกปรับการตอบสนองของรถให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน ตั้งแต่การขับขี่ประหยัดพลังงาน การขับขี่ทั่วไป ไปจนถึงการขับขี่ที่ต้องการความเร้าใจมากขึ้น
ฐานล้อ 3,000 มม. ห้องโดยสารกว้าง นั่งสบาย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุด 1,580 ลิตร

ตัวรถมีมิติตัวถังยาว 4,655 มม. กว้าง 1,890 มม. สูง 1,605 มม. พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 520 ลิตร และขยายได้สูงสุด 1,580 ลิตร เมื่อพับเบาะแถวหลัง ช่วยรองรับการใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่สัมภาระประจำวัน อุปกรณ์กีฬา กระเป๋าเดินทาง ไปจนถึงการเดินทางกับครอบครัวในช่วงวันหยุด
ภายในห้องโดยสารมาพร้อมเบาะหุ้มหนังแท้ พร้อมโลโก้ N เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมที่ดันหลัง ระบบปรับเบาะอุ่นและเย็นคู่หน้า ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะผู้ขับขี่ 2 ตำแหน่ง และเบาะผู้ขับขี่แบบ Zero Gravity ปรับเอนนอนด้วยไฟฟ้า พร้อมที่พักขา ช่วยเพิ่มความผ่อนคลายระหว่างรอชาร์จหรือพักระหว่างเดินทาง
ความสะดวกสบายในห้องโดยสารยังรวมถึงระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2, คอนโซลกลางแบบเลื่อนสไลด์ได้, ไฟ Mood Light 64 สี, กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ, เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold, ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย และช่องชาร์จ USB-C หลายตำแหน่ง รองรับการใช้งานของผู้โดยสารทุกที่นั่ง
หน้าจอคู่ 12.3 นิ้ว BOSE Premium Sound และ Wireless Apple CarPlay / Android Auto

ด้านความบันเทิง มาพร้อมระบบเสียง BOSE Premium Sound System with External Amplifier และลำโพง 8 ตำแหน่ง เพื่อมอบประสบการณ์เสียงที่มีคุณภาพภายในห้องโดยสาร พร้อมระบบ Bluetooth, ช่อง USB-C สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์มัลติมีเดีย และระบบอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ OTA หรือ Over-the-air ช่วยให้รถสามารถรองรับการปรับปรุงซอฟต์แวร์ในอนาคตได้สะดวกยิ่งขึ้น
Hyundai Bluelink ครั้งแรกในประเทศไทย เชื่อมต่อรถผ่านสมาร์ตโฟน เพิ่มความสะดวกและความอุ่นใจ
Bluelink ช่วยให้ประสบการณ์การใช้งาน EV มีความสะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะในสภาพอากาศเมืองไทยที่ผู้ขับขี่สามารถเปิดแอร์ล่วงหน้าเพื่อเตรียมห้องโดยสารให้เย็นสบายก่อนขึ้นรถ หรือใช้ฟังก์ชันค้นหาตำแหน่งรถเมื่อต้องจอดในพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน หรือสนามบิน ทั้งนี้ Hyundai Bluelink และ OTA เปิดให้ใช้งานฟรี 3 ปีแรกนับจากวันออกรถ
Hyundai SmartSense 17 ระบบ เสริมความมั่นใจรอบด้านทุกการเดินทาง
นอกจากนี้ ยังมีระบบช่วยเพิ่มความปลอดภัยรอบคัน เช่น Blind-spot Collision-avoidance Assist และ Blind-spot View Monitor สำหรับจุดอับสายตา, Rear Cross-traffic Collision-avoidance Assist และ Reverse Parking Collision-avoidance Assist สำหรับการถอยรถและถอยจอด, Surround View Monitor กล้องมองรอบทิศทาง, Parking Distance Warning เซนเซอร์กะระยะหน้า-ข้าง-หลัง, High Beam Assist ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ, Safe Exit Warning ระบบเตือนการเปิดประตูเมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้าง, Driver Attention Warning ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้า, Leading Vehicle Departure Alert ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่, Rear Occupant Alert ระบบแจ้งเตือนให้เช็กผู้โดยสารด้านหลัง และ Manual Speed Limit Assist ระบบช่วยจำกัดความเร็ว พร้อมเสริมความมั่นใจด้วยถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ระบบเบรกและควบคุมเสถียรภาพครบครัน อาทิ ABS, BAS, EBD, ESC, HAC, MCB, TPMS, TCS, VSM และ VESS ระบบจำลองเสียงเพื่อความปลอดภัยสำหรับคนเดินถนน
ดีไซน์ N Line สปอร์ตเฉพาะตัว สื่อสารผ่านสโลแกน “Never Ordinary”
ภายนอกมาพร้อมกันชนหน้า-หลังดีไซน์สปอร์ตเฉพาะรุ่น N Line, สเกิร์ตข้างดีไซน์สปอร์ต, ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ดีไซน์เฉพาะรุ่น, ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ Parametric Pixel LED, หลังคา Vision Roof พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า, ช่องระบายอากาศด้านหน้าแบบ Active Air Flap, กระจก Acoustic Glass, มือจับประตูแบบ Pop-up พร้อมเซนเซอร์ และประตูท้ายไฟฟ้าพร้อม Smart Power Tailgate
ภายในเสริมคาแรคเตอร์ N Line ด้วยพวงมาลัยโลโก้ N ตกแต่งด้ายสีแดง เบาะหนังแท้พร้อมโลโก้ N และรายละเอียดการตกแต่งที่สะท้อนความสปอร์ตพรีเมียมในทุกการเดินทาง
วัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “The new 2026 IONIQ 5 N Line คือรถพลังงานไฟฟ้า 100% สำหรับลูกค้าที่ต้องการรถที่ให้ได้มากกว่าแค่การเดินทาง เพราะรถคันนี้สามารถบ่งบอกบุคลิกผ่านดีไซน์ที่ชัดเจน โดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริงและมอบความมั่นใจในการขับขี่ เราสื่อสารภายใต้สโลแกน “Never Ordinary” ธรรมดา… ไม่มีที่ยืน เพื่อสะท้อนถึงรถ IONIQ 5 N Line ที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน โดดเด่น และแตกต่างจากคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกัน ในขณะที่กลุ่มเป้าหมายของเรา ก็เป็นคนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีสไตล์เป็นของตัวเอง ไม่ซ้ำทางใคร ราคาอย่างเป็นทางการ 1.699 ล้านบาท พร้อมราคาพิเศษช่วงเปิดตัว 1.399 ล้านบาท จำนวนจำกัด 400 คัน
พร้อมข้อเสนอพิเศษที่ช่วยเติมความคุ้มค่าและความอุ่นใจในการใช้งาน สำหรับลูกค้าที่จอง และรับรถ ตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2569 ถึง 31 กรกฎาคม 2569 รับดอกเบี้ย 1.79% ฟรี ประกันภัยชั้น 1, ฟรี Home Charger รับประกันนานถึง 3 ปี พร้อมฟรีค่าแรงติดตั้ง รับประกันนาน 1 ปี, บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน Roadside Assistance ระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดเลขไมล์, การรับประกันคุณภาพรถยนต์ Warranty 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน และการรับประกันแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูง HV Battery Warranty นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน
นอกจากนี้ ลูกค้ายังได้รับสิทธิ์ใช้งาน Hyundai Bluelink และ OTA ฟรี 3 ปีแรกนับจากวันออกรถ ยิ่งสะท้อนถึงความตั้งใจของฮุนไดในการส่งมอบทั้งเทคโนโลยี ความสะดวกสบาย ความคุ้มค่า และความมั่นใจให้กับลูกค้าชาวไทยในทุกการเดินทาง
The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ Midnight Black Pearl, สีขาว Optic White และสีเทา Titan Gray Metallic โดยลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัสรถรุ่นใหม่ได้ที่ IONIQ Lab และโชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ เพื่อพบกับรถพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นประกอบไทยที่รวมเทคโนโลยี EV แรงดันสูง 800 โวลต์ สมรรถนะการขับขี่ ห้องโดยสารกว้าง ระบบความปลอดภัยครบครัน Bluelink Connected Car และคุณภาพงานประกอบมาตรฐานฮุนไดระดับโลกไว้ในคันเดียว



