เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัดงาน GWM Partner Meeting 2024 ผนึกกำลังเครือข่ายพันธมิตร ตั้งเป้าก้าวขึ้นสู่ Top 3 ภายในปี 2569

เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัดงาน GWM Partner Meeting ประจำปี 2567 ภายใต้ธีม “TOGETHER WE THRIVE” ประกาศความสำเร็จของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยในปี 2566 พร้อมเผยกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปี 2567 เดินหน้าเปิดตัวรถยนต์พลังงานใหม่อย่างน้อย 3 รุ่นภายในปีนี้ พร้อมตั้งเป้าหมายใหม่กับพันธกิจ Mission 15 in 2025 หรือการเพิ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยให้ครบทั้งสิ้น 15รุ่น ภายในปี 2568 จากที่ได้เปิดตัวไปแล้วทั้งสิ้น 9 รุ่นเมื่อปลายปี 2566 ที่ผ่านมา ควบคู่ไปกับการขยาย Partner Store ให้ครบ 101 แห่งให้ครอบคลุมทั่วไทย

     พร้อมในการก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 3 อันดับแรกผู้นำแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยภายในปี 2569 พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้แสดงความขอบคุณต่อบรรดาพาร์ทเนอร์และพันธมิตรทางธุรกิจที่ให้การสนับสนุนและไว้วางใจในการร่วมมือกันเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์และเดินหน้าเติมเต็มระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยด้วยดีเสมอมา เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในระดับภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม

      งาน GWM Partner Meeting 2024 นำโดย วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธานฝ่ายการตลาด เกรท วอลล์ มอเตอร์ อาเซียน และ ณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยทีมผู้บริหารและพนักงานจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) โดยมีเครือข่ายพาร์ทเนอร์กว่า 77 แห่ง จำนวน 117 ท่านทั่วประเทศเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง เพื่อร่วมเฉลิมฉลองให้การดำเนินงานตลอดระยะเวลา 3 ปีในประเทศไทย พร้อมร่วมยินดีกับความสำเร็จของยอดขายรถยนต์พลังงงานไฟฟ้าในประเทศไทยในปีที่ผ่านมาที่สามารถทำยอดขายไปได้กว่า 12,840 คัน ซึ่งเติบโตเพิ่มขึ้น 11% จากปี 2565 

      วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธานฝ่ายการตลาด เกรท วอลล์ มอเตอร์ อาเซียน กล่าวว่า ปัจจุบันที่ผู้คนเปิดรับและให้ความสำคัญกับการขับขี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น เราได้ปักหมุดให้ประเทศไทยเป็นประเทศยุทธศาสตร์และเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าระดับอาเซียนของเรา โดยที่ผ่านมาเรานำพันธมิตรทางธุรกิจและบริษัทในเครือของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เข้ามาลงทุนและดำเนินงานในประเทศไทยทั้งด้านแบตเตอรี่ เครื่องยนต์ ตัวถัง และเทคโนโลยีด้านการขับขี่ รวมถึงบุคลากรด้านเทคนิคเฉพาะทาง เพื่อสร้างระบบนิเวศยานยนต์อย่างรอบด้านและพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม การดำเนินธุรกิจของเราตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจะไม่สามารถเติบโตขึ้นได้เลยหากปราศจากเครือข่ายผู้จัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งและมีความสามารถ ซึ่งเป็นจุดแข็งและทีมของเราในการส่งมอบยานยนต์และบริการคุณภาพสู่ลูกค้าชาวไทย เพื่อยกระดับและเสริมสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อม ๆ กับนำพาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยก้าวขึ้นสู่ระดับสากล

การดำเนินธุรกิจ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีจุดแข็งเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพาร์ทเนอร์ที่จะร่วมสร้างการเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน ด้วยผลิตภัณฑ์ xEV ที่หลากหลายและครอบคลุมของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่นำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เป็นทางเลือกในตลาดหลายรุ่น ทั้งไฮบริด ปลั๊กอิน-ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ ถือเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับพาร์ทเนอร์ในช่วงการเปลี่ยนผ่านจากสังคมยานยนต์สันดาปไปสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างสมบูรณ์

    ยิ่งไปกว่านั้น GWM Application ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักในการดำเนินงานของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเกือบ 200,000 คน ครอบคลุมในทุกประสบการณ์ของลูกค้า ทั้งด้านงานขาย บริการหลังการขาย และชุมชนของผู้ใช้ ซึ่งถือเป็นฐานข้อมูลที่แข็งแกร่ง พร้อมสำหรับการต่อยอดธุรกิจไปสู่การทำการตลาดยุคใหม่ ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการสร้างข้อได้เปรียบและโอกาสทางธุรกิจอีกมากมายให้กับพาร์ทเนอร์

     ณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ทุกท่านในการเดินหน้าเติมเต็มระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าไทย โดยตลอด 3 ปีของการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้มุ่งหน้าดำเนินงานผ่านกลยุทธ์ต่าง ๆ ตลอดจนให้ความร่วมมือกับทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชนในทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

     รวมถึงความร่วมมือที่ดีจากเครือข่ายพาร์ทเนอร์ ทำให้เราสามารถครองใจชาวไทยและเดินหน้าร่วมกันในการก้าวขึ้นสู่การเป็นแบรนด์ยานยนต์ 3 อันดับแรกของไทย เราจะยังคงส่งมอบ “New Energy” “New Intelligence” และ “New Experience” ด้วยบริการและผลิตภัณฑ์คุณภาพของเราต่อไป พร้อมยืดหยัดเคียงคู่ลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และสังคม เพื่อร่วมกันยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Follow Us

Scroll to Top