เอปสัน มอบการรับประกันเครื่องพิมพ์แท็งค์แท้ทุกรุ่นนานถึง 5 ปี ในชื่อแคมเปญ ‘พิมพ์สบายยย ไร้กังวัล’ (Print Without Worry) พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ตในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัว EcoTank เจเนอเรชันใหม่ 8 รุ่นวันนี้ เน้นเจาะกลุ่มผู้ใช้งานภายในบ้าน รวมถึงกลุ่ม Solopreneur และ SOHO ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยชูจุดเด่นด้านความเร็วในการพิมพ์ที่สูงขึ้น เติมหมึกได้สะดวกและสะอาดยิ่งกว่าเดิม รองรับการพิมพ์แบบไร้สายผ่าน Apple AirPrint, Mopria, LINE Print และ Epson Smart Panel เพื่อมอบประสบการณ์การพิมพ์ที่สะดวกและมั่นใจยิ่งขึ้น

ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการอาวุโสประจำกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เมื่อปี 2553 เอปสันได้ Disrupt ตลาดเครื่องพิมพ์ ด้วยการเปิดตัว EcoTank เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ตแท็งค์แท้ที่พลิกโฉมรูปแบบการพิมพ์และยกระดับความคุ้มค่าให้กับผู้บริโภค ตลอด 16 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ยังคงพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความทนทาน ประสบการณ์การใช้งาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ วันนี้ เอปสันกำลังยกระดับมาตรฐานของตลาดอีกครั้งผ่านแคมเปญ ‘พิมพ์สบายยย ไร้กังวล’ (Print Without Worry) ด้วยการมอบการรับประกันเครื่องพิมพ์ EcoTank ทุกรุ่นนานสูงสุดถึง 5 ปี นับเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวในประเทศไทยที่มอบการรับประกันในระดับนี้ สะท้อนถึงความมั่นใจของเอปสันในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีหัวพิมพ์ PrecisionCore และมาตรฐานการบริการหลังการขาย เพื่อให้ผู้บริโภคใช้งานได้อย่างมั่นใจและไร้กังวลตลอดการใช้งาน”
แคมเปญ ‘พิมพ์สบายยย ไร้กังวล’ เอปสันมอบการรับประกันสูงสุด 5 ปี สำหรับลูกค้าที่ซื้อเครื่องพิมพ์ EcoTank ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 และลงทะเบียนผลิตภัณฑ์ผ่าน MyEpson ภายใน 14 วันนับจากวันที่ซื้อ โดยการรับประกันครอบคลุมทั้งตัวเครื่องและหัวพิมพ์ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

ตลาดเครื่องพิมพ์สำหรับการทำงานแบบ Hybrid Working และ Home Office มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม Solopreneur และ SOHO ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว และต้องการเครื่องพิมพ์ประสิทธิภาพสูง ทนทาน ใช้งานง่าย ที่สำคัญต้องรองรับการเชื่อมต่อและการสั่งพิมพ์ได้หลากหลายช่องทาง และยังต้องช่วยลดต้นทุนการพิมพ์ เอปสันจึงเปิดตัว EcoTank รุ่นใหม่พร้อมกันถึง 8 รุ่นในวันนี้ เพื่อมาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะ ซึ่งประกอบด้วย L1310, L1350, L3310, L3350, L3316, L3356, L5390 และ L5396
เน้นตอบโจทย์ Pain Point ของผู้บริโภค ทั้งเรื่องความคุ้มค่า ความสะดวกสบายในการใช้งาน และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
1. แก้ Pain Point ผู้บริโภค ชูจุดเด่น “พิมพ์คุ้ม ไม่ต้องกังวลเรื่องหมึก”
เปลี่ยนโมเดลธุรกิจ: เอปสันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการพิมพ์จากการขายเครื่องราคาถูกแล้วไปเก็บค่าตลับหมึกแพง มาเป็นการขายตัวเครื่องในราคาที่เหมาะสม แต่มาพร้อมหมึกประหยัด พิมพ์ได้มากถึง 4,000 – 5,000 แผ่น (เทียบเท่าราคาหมึกเพียงประมาณ 250 บาท)
ซ่อมแซมง่าย ไร้ความเสี่ยง: หมดปัญหาเรื่องการดัดแปลงแท็งก์ปลอม (Modify) หรือการนำสลิงฉีดยามาเติมหมึกแบบในอดีต เพราะเป็นระบบแท็งก์แท้จากโรงงานที่มีประกันรองรับ
2. ไฮไลต์เครื่องพิมพ์ EcoTank รุ่นใหม่ 8 รุ่น
ใช้งานง่ายขึ้น (Ease of Use): เชื่อมต่อง่าย ไม่จุกจิก ลดปัญหาหมึกอุดตันและขั้นตอนที่ยุ่งยาก
ดีไซน์ทันสมัย & ขนาดกะทัดรัด: ออกแบบสไตล์โมเดิร์น (Two-Tone) และลดขนาดตัวเครื่องลงราว 20% ช่วยประหยัดพื้นที่ในบ้าน และใช้วัตถุดิบในการผลิตลดลง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
พิมพ์ไวทันใจ: เพิ่มความเร็วในการพิมพ์ขึ้นอีก 10–20% (เฉลี่ยพิมพ์งานเอกสารใช้เวลาเพียง 5–6 วินาทีต่อแผ่น)
รองรับงานหนัก: ในรุ่นรองรับการใช้งานสูง ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนกล่องซับหมึก (Maintenance Box) ได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องส่งเข้าศูนย์บริการ
การเชื่อมต่อสมาร์ท: รองรับการสั่งพิมพ์ผ่านแอปพลิเคชันและการเชื่อมต่อไร้สายหลากหลายรูปแบบ
3. ยกระดับมาตรฐานด้วย “การรับประกันแท็งก์แท้ 5 ปี”
เอปสัน สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดเครื่องพิมพ์ในประเทศไทย โดยเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวที่กล้ารับประกันเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทนานถึง 5 ปีเต็ม (ครอบคลุมทุกชิ้นส่วนรวมถึงหัวพิมพ์)
เหตุผลความมั่นใจ: เนื่องจากเอปสันใช้เทคโนโลยีหัวพิมพ์แบบไม่ใช้ความร้อน (Heat-Free / Micro Piezo) ที่ใช้แรงดันไฟฟ้าในการพ่นหมึก จึงมีความทนทานสูง โอกาสเครื่องเสียต่ำ และมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 5–7 ปี
Epson EcoTank รุ่นใหม่ ทั้ง 8 รุ่น ได้รับการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้งานในหลายด้าน เพื่อมอบความสะดวกและคล่องตัวให้กับผู้ใช้ โดยรุ่น L1350, L3350, L3356, L5390 และ L5396 สามารถพิมพ์งานผ่านสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตได้อย่างง่ายดายด้วย Apple AirPrint, Mopria และ LINE Print ทั้งยังใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชัน Epson Smart Panel เพื่อสั่งพิมพ์ สแกนเอกสาร และถ่ายสำเนา รวมถึงตรวจสอบระดับหมึกและสถานะเครื่องพิมพ์ ขณะที่รุ่น L5390 และ L5396 ยังมาพร้อมระบบป้อนเอกสารอัตโนมัติ (ADF) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสแกนและถ่ายสำเนาเอกสารหลายหน้า ตอบโจทย์ผู้ประกอบการและสำนักงานที่ต้องการความรวดเร็วในการทำงาน

เครื่องพิมพ์ทุกรุ่นใช้ขวดหมึกความจุสูงขนาด 65 มิลลิลิตร รองรับการพิมพ์ด้วยหมึกดำได้สูงสุด 4,700 หน้า และหมึกสีสูงสุด 7,500 หน้า พร้อมขวดหมึกระบบคีย์ล็อคที่ช่วยป้องกันการเติมหมึกผิดช่อง ลดการหกเลอะเทอะ และทำให้การเติมหมึกสะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังได้รับการออกแบบให้มีความทนทานเป็นพิเศษ จึงมาพร้อมการรับประกันการพิมพ์สูงสุดถึง 50,000 หน้า อีกทั้งยังติดตั้งกล่องบำรุงรักษา (Maintenance Box) ที่ผู้ใช้สามารถถอดเปลี่ยนได้ด้วยตนเอง รวมถึงระบบ Semi-Automatic Print Adjustment ที่ผสานการปรับตั้งค่าหัวพิมพ์และการทำความสะอาดอัตโนมัติไว้ด้วยกัน ช่วยให้งานพิมพ์คงความคมชัด สีสันแม่นยำสม่ำเสมอ พร้อมยืดอายุการใช้งานของเครื่องพิมพ์ในระยะยาว
นอกจากนี้ EcoTank รุ่นใหม่ยังได้รับการออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัดและใช้พื้นที่จัดวางน้อยลงถึง 20% โดยผสานแท็งก์หมึกเข้ากับตัวเครื่องอย่างลงตัว ทำให้มีขนาดเล็กลง ดูเรียบเนียน สินค้าใหม่ทุกรุ่นยังคงใช้เทคโนโลยี Heat-Free Technology ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงาน ลดการสิ้นเปลืองทรัพยากร และสนับสนุนการใช้งานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการมอบประสิทธิภาพการพิมพ์ที่เชื่อถือได้ในระยะยาว

“เอปสัน เชื่อว่าผู้ใช้งานแต่ละกลุ่มมีความต้องการที่แตกต่างกัน การขยายไลน์อัป EcoTank เป็น 33 รุ่น พร้อมเปิดตัวรุ่นใหม่อีก 8 รุ่นในครั้งนี้ จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกเครื่องพิมพ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของตนเองได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น พร้อมได้รับทั้งประสิทธิภาพการพิมพ์ ความคุ้มค่า และความมั่นใจในคุณภาพที่ได้รับการพิสูจน์จากยอดขาย EcoTank กว่า 100 ล้านเครื่องทั่วโลก ที่สำคัญ เอปสันได้ออกแคมเปญ ‘พิมพ์สบายยย ไร้กังวล’ มอบการรับประกันที่นานที่สุดในตลาด สูงสุดถึง 5 ปี ลูกค้าจึงสามารถใช้ EcoTank ได้อย่างสบายใจในระยะยาว” ยรรยง กล่าวทิ้งท้าย
เครื่องพิมพ์ EcoTank ทั้ง 8 รุ่น พร้อมวางจำหน่ายแล้วทั่วประเทศ ผ่านตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งและร้านค้าออนไลน์ชั้นนำ ประกอบด้วย L1310 ราคา 3,900 บาท, L1350 ราคา 4,350 บาท, L3310 และ L3316 ราคา 4,650 บาท, L3350 และ L3356 ราคา 5,050 บาท, L5390 และ L5396 ราคา 8,790 บาท


