We Are Social บุกไทย! พลิกเกมการตลาดยุคใหม่ ชูเทรนด์แห่งอนาคต เมื่อ “Social” ไม่ใช่แค่ “Platform”

We Are Social ครีเอทีฟ เอเจนซีชั้นนำระดับโลก ที่ขับเคลื่อนด้วยโซเชียล ได้ขยายการดำเนินกิจการสู่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ปฏิวัติวงการครีเอทีฟเอเจนซี พลิกเกมการตลาดยุคใหม่ ด้วยแคมเปญสุดสร้างสรรค์ พร้อมเสิร์ฟด้วยนวัตกรรมระดับโลก ประกาศเริ่มต้นยุคใหม่แห่งการตลาดที่นำด้วย subculture และนวัตกรรมโลกเสมือน ไม่ว่าจะเป็นเมตาเวิร์สหรือแพลตฟอร์มเกมต่างๆ ที่กำลังจะเข้ามาแทนที่โซเชียลมีเดีย ผ่านมุมมองการตลาดและจุดยืนว่าโซเชียลไม่ใช่แพลตฟอร์มเพียงอย่างเดียว แต่เป็น 3P ได้แก่ People, Passion และ Platform

     “คอมมูนิตี้ หรือ Subculture  เช่น เกม เพลง ภาพยนตร์ หรือไอที คือกลุ่มคนที่หลงใหลในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างจริงจัง แบรนด์จะเข้าถึงพวกเขาเหล่านั้นอย่างไร ด้วยแนวทางไหน ที่ We Are Social เราสร้างคุณค่าระดับสูง (High value) และสร้างโอกาสการมีส่วนร่วมระดับสูง (High engagement) ผ่านไอเดียและความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งจากทีมงานที่ไทยและเครือข่ายโกลบอลของเรา เข้ามาช่วยให้แบรนด์สามารถเชื่อมโยงกับกลุ่ม Subculture ได้โดยที่กลุ่มเป้าหมายไม่ได้รู้สึกว่าถูกขัดขวางการทำสิ่งที่พวกเขาชอบ 

“ผมมองตลาดเป็น 3 ส่วน มี Innovator มี Early Adopter แล้วที่เหลือเป็นผู้ตาม เราวาง position ตัวเองเป็น Innovator หลายๆ อย่างที่เราทำเป็นสิ่งใหม่ เช่น Immersive แคมเปญบนเกมมิ่ง แพลตฟอร์ม และแบรนด์ที่เป็นลูกค้าของเราก็เช่นเดียวกัน พวกเขามองหาสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน และยังไม่มีใครตอบโจทย์ได้เหมือนที่เราทำ” แพท-ภัทรพงศ์ นิติการ กรรมการผู้จัดการ We Are Social ประเทศไทย กล่าว

“ทุกวันนี้โซเชียลมีเดียที่เราใช้กันอยู่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สิ่งที่ We Are Social ทำ เราไม่ได้ทำตามเทรนด์ แต่เราเป็น ‘ผู้นำเทรนด์’ เช่น เราเห็นข้อมูลว่าอัตราการเติบโตของแพลตฟอร์มเกม Roblox ในประเทศไทย สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก  หรือบนเกม Free Fire มีกลุ่มผู้รับสารเป้าหมายของเราแอคทีฟอยู่มากกว่า 11 ล้านคน เทรนด์เหล่านี้เป็นสิ่งที่ We Are Social เห็น เรามองในมุมของ Subculture ว่าเราจะสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างไร แล้วให้พวกเขาเป็นฝ่ายที่อยากจะมีส่วนร่วมกับแบรนด์ด้วยตัวเอง” ณัฐชนัน เชียภาณุมาศ ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายครีเอทีฟ We Are Social ประเทศไทย

แคมเปญ Garnier Men The Rescue Airdrop ประสบความสำเร็จในการนำเสนอผลิตภัณฑ์โฟมล้างหน้า Garnier Men AcnoFight โดยเชื่อมโยงตัวผลิตภัณฑ์ที่กู้สิวในชีวิตจริงกับไอเทมช่วยกู้ชีวิตสำคัญในเกม Free Fire เข้าด้วยกัน เป็นหนึ่งในการทำแคมเปญเกมที่สร้างประสบการณ์ immersive ของผู้เล่นในระดับสูงสุด ตลอดระยะเวลาการทำแคมเปญ 4 สเตจ โดยเฉพาะการจำลองสยามสแควร์เข้าไปเป็น map ในเกม

“เกมเป็นตลาดปราบเซียน หลายครั้งที่แคมเปญถูกสร้างมาแค่ชั่วคราว ให้ผู้เล่นรับไอเทมโค้ดแล้วจบแคมเปญ แต่ We Are Social สามารถทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจของคนที่เล่น Free Fire ได้  จากการร่วมงานในแคมเปญ Garnier Men The Rescue Airdrop แฟนคลับต่างพูดถึงความประทับใจจากกิจกรรมที่เกิดขึ้นทั้งในเกมและในชีวิตจริงอย่างมี map สยามสแควร์อยู่ในเกม เหมือนเป็นอีกโลกหนึ่งที่สัมผัสเข้าถึงได้จริงๆ” ภัสส์ตกัญญา ธนูทอง หรือ Yuki Dekyou Gaming Creator ชื่อดังกล่าวบนเวทีเสวนา

“AI เทคโนโลยี ไม่ได้จะมาเปลี่ยนโลก แต่มันได้เปลี่ยนโลกเราไปแล้ว ในวงการมาร์เก็ตติ้ง AI ไม่ได้สร้างไอเดีย แต่ครีเอทีฟที่ใช้ AI เป็นเครื่องมือต่างหากที่สร้างไอเดียใหม่ๆ สู่วงการ ผมมอง AI เป็นเครื่องมือช่วยทุ่นแรงและติดสกิลให้กับชาวครีเอทีฟ เช่น ใครไม่ถนัดการถ่ายทำและตัดต่อ ก็เขียน prompt ให้ AI ถ่ายทอดออกมาให้” Manolis Perrakis ผู้อำนวยการด้านนวัตกรรม We Are Social สิงคโปร์ กล่าว

We Are Social ได้ take over ‘Soho House Bangkok’ เมมเบอร์คลับของครีเอทีฟคอมมูนิตี้ระดับโลก ด้วยโซนจัดแสดงต้นแบบไอเทมสุดล้ำซึ่งสะท้อนถึงความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและ Subculture ของเอเจนซี อาทิ เลเซอร์แคท ตัวช่วยดึงความสนใจของแมวไม่ให้รบกวนเวลาทำงาน, VR headset ที่พาผู้สวมใส่เข้าสู่โลกเสมือน รวมไปถึงงานอาร์ตจาก Vector สมาพันธ์ที่รวมเครือข่ายศิลปินจากทั่วโลก มาเปิดให้สื่อมวลชนและแขกผู้ร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์แบบ immersive ด้วยตนเอง ก่อนจะส่งท้ายด้วยการจัดปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เป็นการปักหมุดหมายเริ่มต้นของ We Are Social ในการเข้ามาขับเคลื่อนวงการมาร์เก็ตติ้งของประเทศไทย

Scroll to Top