NEC Corporation เปิดตัว 3 Digital Finance Solution ตอบทุกโจทย์ด้านฟินเทคให้สถาบันการเงินทั้ง เล็ก กลาง ใหญ่

   NEC Corporation Thailand บริษัทชั้นนำระดับโลกเกี่ยวกับที่ปรึกษาด้านไอที ขยายขอบเขตสินค้าและบริการ Digital Finance Solution โซลูชั่นสำหรับสถาบันการเงินที่ตอบโจทย์ในการดำเนินธุรกิจของทุกภาคส่วน อาทิ Wealth Management Solutions ที่ช่วยจัดการบริหารการทำงานธุรกิจดูแลสินทรัพย์ตั้งแต่ส่วนไปถึงงานปฏิบัติการหลังบ้าน โดยร่วมกับบริษัท Avaloq และ BlackRock ในการพัฒนาระบบ Dash board ที่ช่วยจัดการทรัพย์สินของลูกค้าแต่ละราย รวมถึงประเมินระดับความเสี่ยงของสินทรัพย์การลงทุนให้อยู่ในระดับที่ลูกค้ายอมรับได้ บนประมาณการผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจ ในงาน BOT Digital Finance Conference 2023 ระหว่างวันที่ 14-15 ก.ย.นี้

    อิชิโร คูริฮาระ  ประธานบริษัท เอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แม้ว่าการลงทุนตลาดฟินเทคทั่วโลก จะถดถอยเป็นช่วงสั้นๆ ในปี 2566 จากแรงกดดันเศรษฐกิจ ซึ่งสร้างผลกระทบในเชิงลบอย่างมากต่อภาคเทคโนโลยี แต่แนวโน้มระยะยาวการลงทุนฟินเทคยังคงเป็นบวก และยังมีความคาดหวังการเติบโตจากฝั่งเอเชีย ด้วยการเปิดรับของผู้ให้บริการที่อยู่บนโลกธุรกิจบริการดิจิทัลที่ร่วมมือกัน ผ่านการให้บริการทางการเงินแบบ Embedded finance ด้วยการนำเสนอบริการทางการเงินต่างๆ เช่น การชำระเงิน ประกัน เงินฝาก การลงทุน ของผู้ให้บริการรายอื่นบนอีโคซิสเต็มของตัวเอง ผ่านการใช้งานดิจิทัล (Financial-services as-a-platform ) เช่น บนเทคโนโลยีบล็อกเชน

     “สถิติปริมาณการชำระเงินผ่านช่องทางต่าง ๆ ในปี 2565 จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ประเทศไทยมีปริมาณการชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ผ่าน Mobile Banking , Internet Banking และ e-Wallet เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนมีสัดส่วนมากถึง 92.4% ของการทำธุรกรรมทั้งหมด และสิ่งสำคัญคือ การเกิดขึ้นของ Virtual banking หรือธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา ซึ่งประเทศไทยเตรียมประกาศใบอนุญาตใหม่ เพื่อสนับสนุนการขยายตลาดในกลุ่มลูกค้าที่ยังไม่เคยเข้าถึงบริการธนาคาร หรืออาจจะเข้าถึงบริการของธนาคารแล้วแต่ยังไม่เต็มประสิทธิภาพ” มร. อิชิโร คูริฮาระ  กล่าว

     NEC Corporation Thailand เตรียมตัวรองรองการเติบโตด้านฟินเทคให้กับสถาบันการเงินทั้ง เล็ก กลาง ใหญ่ ในอนาคตด้วย Wealth Management Solutions แล้ว ยังได้จัดเตรียมโซลูชันทางด้านการเงิน ที่ตอบทุกโจทย์การทำงานและความต้องการในการสร้างบริการทางการเงินยุคใหม่ อีกสองโซลูชั่น นั่นคือ

     •Sales Engagement Module ระบบที่ช่วยด้านการสื่อสารระหว่างสถาบันการเงินและลูกค้า ให้มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย ตรวจสอบได้ตลอดเวลา พร้อมเสริมประสิทธิภาพงานขาย ตั้งแต่กระบวนนำเสนอ ขายและจ่ายแจก รายชื่อและข้อมูลเบื้องต้นของลูกค้า เพิ่มความได้เปรียบจากแผน ข้อมูล การขายที่ถูกต้อง ช่วยในการปิดการขายได้ง่ายขึ้น

     •Universal Leading Platform ระบบที่ช่วยให้งานด้านการให้สินเชื่อนั้น มีประสิทธิภาพสูงสุด

อิชิโร คูริฮาระ  ประธานบริษัท เอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย)

     Sales  Engagement Module ในระบบ Wealth Management ช่วยให้การสื่อสารระหว่างผู้แนะนำการลงทุนกับลูกค้าอย่างมีคุณภาพ Engagement Module ของ NEC สามารถสร้างระบบพูดคุยที่ปลอดภัย ไร้รอยต่อ มีการเข้ารหัสข้อความสนทนาผ่านทางช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น  LINE, WhatsApp และ Facebook Messenger แถมไม่ต้อเรียนรู้การใช้งานใหม่ แต่ยังมั่นใจได้ว่าทุกอย่างทุกเข้ารหัสไว้อย่างดี และตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกเวลา

     สำหรับสถาบันทางการเงินที่ไม่ได้ประกอบกิจการ Wealth Management และต้องการที่จัดการฐานข้อมูลลูกค้า NEC ก็มีระบบสนับสนุนการทำงานช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกระบวนการนำเสนอ ขาย แจกจ่าย และควบคุมรายชื่อลูกค้าจากส่วนกลางไปทีมขาย และดูแลลูกค้าสถาบันการเงินต่างๆ โดยสามารถปรับใช้ได้กับลูกค้าสินเชื่อ ลูกค้าประกัน และลูกค้าเงินฝากได้โดยไม่ต้องติดตั้งระบบ CRM เพิ่มเติม

     “ใน 1 วันพนักงานแนะนำผลิตภัณฑ์การเงินสำหรับลูกค้ารายย่อยอาจต้องพบความท้ายทายจากขั้นตอนการทำงานที่หลากหลาย และระบบการทำงานที่แตกต่างกันไปในขั้นตอนต่างๆ อาทิเช่น การวางแผนการขายจากฐานข้อมูลหลายแหล่ง และเตรียมแผนการนำเสนอผ่าน Excel หรือโปรแกรมอื่นๆ ขั้นตอนการทำงานทั้งหมดนี้ ระบบ Sales Engagement ของ NEC สามารถจัดการทั้งหมด รวมถึงเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลขององค์กรง่ายๆ ผ่านทางมือถือของเจ้าหน้าที่แต่ละคน ผลลัพธ์คือสามารถย่นเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานรวมถึงจำนวนกิจกรรมการขายของพนักงาน ไว้บนระบบเดียว          รวมถึงในบางสถาบันการเงินที่ยังไม่ได้ติดตั้งระบบจัดการฐานข้อมูล ระบบ Sales Engagement ยังมีความสามารถด้าน CRM ไว้ใช้โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งโซลูชันเพิ่มเติมอีกต่อไป” อิชิโร คูริฮาระ  เผยรายละเอียด

      โซลูชั่นที่ 3 ที่ NEC Corporation Thailand จะนำมาเสนอ คือ ตัวช่วยอัจฉริยะ  Universal Leading Platform ที่ครบเครื่องเรื่องสินเชื่อ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานของสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อทุกประเภท โดยตัวระบบจะเข้ามาช่วยจัดการตั้งแต่ระบบงานหน้าบ้าน เช่น การส่งใบคำขอ การพิจารณาวงเงินอัตโนมัติจากทรัพย์ค้ำประกัน รวมถึงการประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นของลูกค้าแต่ละราย ไปจนถึงระบบจัดการสินเชื่อหลังบ้าน เช่น การคำนวนอัตราสินเชื่อหลังบ้าน การเช็ควงเงินสินเชื่อคงเหลือ การออกในแจ้งชำระหนี้ การชำระเงิน และการออกใบเสร็จอัตโนมัติ ตัวระบบจัดการสินเชื่อยังสามารถเชื่อมต่อเข้ากับฐานข้อมูลภายนอกองค์กรณเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการอาทิระบบ Blue Book เพื่อประเมินราคารถมือสอง ไปจดถึงระบบฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อกับทำงานที่เกี่ยวข้องกับระบบสินเชื่ออย่าง เครดิตบูโร และ KYC  โดยทั้ง 3 โซลูชั่นเหมาะสำหรับสถาบันการเงินตั้งแต่ขนาดกลางไปจนถึง สถาบันขนาดใหญ่ โดยทุกโซลูชั่น ผ่านการใช้งานจริงและเป็นที่ยอมรับในหลากหลายประเทศ

      สำหรับงาน BOT Digital Finance Conference 2023 จะจัดขึ้นในวันที่ 14-15 กันยายน 2566 นี้ พบกับบูธ NEC Corporation Thailand ที่บูธ C1 ชั้น 2 อาคารศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย

Follow Us

Scroll to Top