OPPO ส่งเสริมอนาคตที่สดใสยิ่งขึ้นสำหรับสังคม พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนและโลกผ่านนวัตกรรมอันทรงคุณค่า

OPPO ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก ตอกย้ำพันธกิจ “Technology for Mankind, Kindness for the World” ผ่าน OPPO Inspiration Challenge Regional Demo Event ปี2023 ซึ่งจัดขึ้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ ตามด้วยรอบชิงชนะเลิศที่จะจัดขึ้นที่สิงคโปร์ในปลายปีนี้ ในฐานะที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์กร OPPO ได้ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีทั่วโลกสามารถแก้ไขปัญหาสังคมที่เร่งด่วนในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมนวัตกรรมที่ทรงคุณค่าไปด้วย

     โครงการ Inspiration Challenge เป็นรากฐานสำคัญของความพยายามในด้านความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR) ของ OPPO โดยส่งเสริมความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเพื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อสร้างสิ่งที่ดียิ่งขึ้น ความท้าทายในปีนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างสรรค์ 2 ประเภท ได้แก่“Inspiration for the People” และ “Inspiration for the Planet” ซึ่งสอดคล้องกับ Brand Proposition อย่าง “Inspiration Ahead” และการอุทิศตนเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม

     หลายปีที่ผ่านมา OPPO ได้พัฒนาด้านความยั่งยืนขององค์กรมากมายจากความสำเร็จของInspiration Challenge ปี 2022 ซึ่งมีการนำข้อเสนอโครงการยอดนิยม 18 โครงการมาปรับใช้ โดยOPPO จะยังคงพยายามสานต่อแรงขับเคลื่อนนี้ต่อไป

แนวคิดที่สร้างความแตกต่าง

     OPPO Inspiration Challenge ปี 2023 ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม โดยมีข้อเสนอโครงการทางนวัตกรรมกว่า 687 รายการจาก 66 ประเทศทั่วเอเชียที่ส่งมาจากกลุ่มผู้มีความสามารถที่หลากหลายนี้ ทีมชั้นนำ 5 ทีมจากแต่ละภูมิภาค รวมทั้งหมด 15 ทีม จะเข้าร่วมค่าย Acceleration Camp โดยมีส่วนร่วมในการสนทนาเชิงลึกกับผู้บริหารของ OPPO และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค

Image 1: Flint’s biodegradable paper battery

      หนึ่งในข้อเสนอโครงการที่น่าสนใจที่สุด ได้แก่ Flint Paper Battery ของสิงคโปร์ โดย Flint ซึ่งเป็นองค์กรที่นำโดยเยาวชนซึ่งร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยชั้นนำของสิงคโปร์เพื่อสร้างแบตเตอรี่กระดาษ คณะกรรมการที่ปรึกษาประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากผู้กำหนดนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และนักนวัตกรรม ซึ่งคอยให้คำแนะนำที่จำเป็นในการพัฒนาแนวคิดนี้ แบตเตอรี่กระดาษที่พัฒนาโดย Flint นำเสนอโซลูชันการจัดเก็บพลังงานที่ยั่งยืนและปลอดภัยแก่อุตสาหกรรมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน โดยสามารถย่อยสลายได้ ใช้งานได้หลากหลาย และช่วยแก้ไขปัญหาที่สำคัญภายในอุตสาหกรรม

      สิ่งที่ทำให้แบตเตอรี่กระดาษของ Flint แตกต่างจากโซลูชันในตลาดอื่นๆ คือความสามารถในการผลิตโดยใช้วิธีการเดียวกันกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบดั้งเดิม สิ่งนี้ทำให้ต้นทุนการผลิตที่ลดลง อัตราการใช้งานที่รวดเร็วขึ้น และโอกาสในการประยุกต์ใช้งานที่หลากหลายมากขึ้นเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น Flint ตั้งเป้าที่จะสร้างประโยชน์ให้กับทั้งโลกและมนุษยชาติ โดยส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงสู่โลกหมุนเวียนด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่กระดาษ

   

Image 2: Backyard Creators’ non-invasive hearing device, Impulse

ในขณะเดียวกัน Backyard Creators ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีเชิงนวัตกรรมที่มาจากอินเดีย ได้พัฒนา Impulse ซึ่งเป็นอุปกรณ์สวมใส่ภายนอกที่ช่วยให้ผู้ที่สูญเสียการได้ยินแต่กำเนิดสามารถได้ยินอีกครั้งโดยไม่ต้องผ่าตัด เนื่องจากเครื่องช่วยฟังอาจมีราคาค่อนข้างแพง ซึ่งทำให้คนจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงได้ Backyard Creators จึงพยายามลดอุปสรรคในการเข้าถึงอุปกรณ์สำคัญที่สามารถสร้างความแตกต่างอย่างมากให้กับชีวิตของผู้คนกว่า 70 ล้านคนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะนี้ทั่วโลก ท้ายที่สุดแล้ว เราจะสามารถเห็นอนาคตที่ไม่มีเด็กคนใดหูหนวกเนื่องมาจากข้อจำกัดทางการเงินผ่านอุปกรณ์ช่วยฟังที่ราคาไม่แพงและไม่ต้องผ่าตัด

แม้ว่า Impulse จะประสบความสำเร็จในการสร้างแรงกระเพื่อมที่สำคัญต่อชีวิตของผู้ป่วยมากกว่า 50 รายที่สูญเสียการได้ยินแต่กำเนิด แต่ก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านการผลิตและความสามารถในการปรับขนาดที่สำคัญ ซึ่งเป็นอุปสรรคที่ขัดขวางในการช่วยเหลือบุคคลที่ต้องการความช่วยเหลือได้มากขึ้น ด้วยความตระหนักถึงความจำเป็นในการมีส่วนร่วมกับสตาร์ทอัพที่มีความคิดเหมือนกันมากขึ้น ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับความสามารถในการขยายขนาดได้ เช่น ความคุ้มค่าและความพร้อมของทรัพยากร ผู้สร้าง Backyard Creators และผู้เข้ารอบสุดท้ายอย่าง Flint ได้หารือเกี่ยวกับแนวคิดในการขับเคลื่อนImpulse ด้วย Flint Paper Battery ที่ OPPO Inspiration Challenge Regional Demo ในกรุงเทพฯ

Image 3: ERTIGO App Interface showing recommended exercises to address Office Syndrome

        Benew Tech จากประเทศไทยยังได้แบ่งปันสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ใน ERTIGO ซึ่งเป็นโปรแกรมการบำบัดออนไลน์เพื่อป้องกันอาการปวดกล้ามเนื้อและปวดเรื้อรัง ทั้งหมดนี้ทำได้ผ่านโซลูชันแอปพลิเคชันบนมือถือที่มีแอนิเมชั่นการดูแลตนเองเชิงโต้ตอบตามหลักสรีระศาสตร์ การตรวจสุขภาพกล้ามเนื้อและท่าทางโดยใช้ AI และการเล่นเกม ซึ่งเชื่อมต่อกับคลินิกกายภาพบำบัดสำหรับแผนการดูแลตนเองเฉพาะบุคคล ปัญหาหลักประการหนึ่งที่นำไปสู่การกำหนดแนวความคิดของ ERTIGO คือข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่า 80% ของพนักงานเผชิญกับภาวะออฟฟิศซินโดรมซึ่งมักจะนำไปสู่ประสิทธิภาพการทำงานที่ต่ำและปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง

     โดย ERTIGO ช่วยให้การรักษา การฟื้นฟู และการป้องกันเข้าถึงและมีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับทุกคนรวมถึงผู้สูงอายุ เมื่อเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศของ OPPO Inspiration Challenge ปี 2023 แล้วERTIGO กำลังมองหาการเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญของ OPPO ผู้มีประสบการณ์หลายปีในการวิจัยและพัฒนาอัลกอริธึมของแอปพลิเคชัน ซึ่งจะช่วยให้ Benew Tech สามารถใช้ความรู้เพื่อพัฒนาแอปฯ ต่อไป ซึ่งจะเป็นการเพิ่มการมองเห็นโซลูชันทั่วโลก และลดความไม่เท่าเทียมกันด้านการดูแลสุขภาพสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคออฟฟิศซินโดรม

Image 4: Representatives from Flint, Backyard Creators and Benew Tech presenting at the OPPO Inspiration Challenge 2023

       Flint, Backyard Creators และ Benew Tech มาจากหลายประเทศ ต่างก็จัดการกับปัญหาที่แตกต่างกันอย่างมากในเรื่องประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ ค่าใช้จ่ายสูงในการผ่าตัดสำหรับผู้ป่วยที่สูญเสียการได้ยินแต่กำเนิด และผู้ที่เจ็บป่วยอาการออฟฟิศซินโดรม ด้วยความมุ่งมั่นที่จะจัดการกับปัญหาร่วมกับ OPPO มุ่งหน้าผ่านการใช้เทคโนโลยีช่วยพัฒนามนุษยชาติ OPPO ตั้งตารอที่จะมอบ ‘Inspiration Ahead’ ผ่านความท้าทายด้านแรงบันดาลใจนี้และในอนาคต โดยกระตุ้นให้เกิดผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนแก่คนรุ่นใหม่

ความมุ่งมั่นของ OPPO สู่ความยั่งยืน

     OPPO Inspiration Challenge เป็นเพียงหนึ่งในโครงการริเริ่มมากมายที่นำโดย OPPO ที่ไม่เพียงแต่จะมีความยั่งยืนมากขึ้นในฐานะบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก แต่ยังส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ผ่านนวัตกรรม เมื่อต้นปีที่ผ่านมาที่งาน MWC 2023 OPPO เผยแพร่รายงาน OPPO Climate Action Report: Climate Pledges and Low Carbon Development Strategy รายงานดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า OPPO ให้คำมั่นที่จะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนในการดำเนินงานทั่วโลกภายในปี 2593 ด้วยการสนับสนุนทางเทคนิคจาก Deloitte ที่ปรึกษาระดับโลก รายงานสรุปประเด็นสำคัญ 5 ประการที่OPPO จะดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ ได้แก่ การผลิตที่มีคาร์บอนต่ำ การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน การลงทุนทางเลือกที่สร้างคาร์บอนน้อยลง การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการการปล่อยก๊าซคาร์บอน และความร่วมมือด้านมาตรฐานอุตสาหกรรมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

      ความมุ่งมั่นของบริษัทต่อความยั่งยืนแสดงให้เห็นเพิ่มเติมผ่านรายงานความยั่งยืนประจำปี 2022 ซึ่งเผยแพร่ในวันสิ่งแวดล้อมโลกในวันที่ 5 มิถุนายนปีนี้ ตั้งแต่ปี 2020 OPPO ได้เผยแพร่รายงานความยั่งยืนในแต่ละปีเพื่อเปิดเผยแผนงานและความคืบหน้าเชิงปฏิบัติสู่เป้าหมายความยั่งยืนต่อสาธารณะ รายงานดังกล่าวเน้นย้ำถึงความก้าวหน้าที่สำคัญของ OPPO ซึ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นของ OPPO ในการสร้างความยั่งยืนในฐานะพลเมืององค์กรระดับโลก ประเด็นสำคัญ 5 ประการของรายงานมุ่งเน้นไปที่การดำเนินงานและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ การปกป้องสิ่งแวดล้อม การดูแลพนักงาน นวัตกรรมที่ทรงคุณค่า และการมีส่วนร่วมของระบบนิเวศ

     เมื่อปีที่แล้ว OPPO ได้เปิดตัว OPPO AndesBrain (Binhaiwan Bay) IDC ซึ่งเป็นศูนย์ข้อมูลที่สร้างขึ้นเองแห่งแรกของแบรนด์เทคโนโลยีระดับโลกที่ใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียน 100% โดยตั้งแต่ปี 2022 ศูนย์ข้อมูลได้ใช้พลังงานหมุนเวียน 6.176 กิกะวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งเทียบเท่ากับการลดการปล่อยก๊าซได้ 3,600 tCO2e นอกเหนือจากการใช้พลังงานทดแทน 100% แล้ว OPPO AndesBrain IDC ยังได้สำรวจและใช้เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำที่ล้ำหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ดังนั้น OPPO AndesBrain IDC จึงเป็นตัวอย่างของความทุ่มเทของแบรนด์ในการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานและนวัตกรรมทางธุรกิจ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และลงทุนระยะยาวในการรักษาโลก

     นอกเหนือจากรายงานความยั่งยืนและศูนย์ข้อมูลแล้ว OPPO ยังมุ่งมั่นที่จะใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนผ่านการบูรณาการทางดิจิทัลในทุกกลุ่มอายุ เนื่องจากปัจจุบันนี้ เด็กๆ มีพฤติกรรมการใช้งานสมาร์ตโฟนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การแนะนำวิธีการใช้สมาร์ตโฟนให้ถูกวิธีจึงเป็นเรื่องจำเป็น ดังนั้นในปีที่แล้ว OPPO จึงได้เปิดตัว ColorOS13 ที่มาพร้อมฟีเจอร์ Kids Space ที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กๆ ใช้แอปเกมมากเกินไป และสำหรับผู้ใช้สูงอายุ โหมด Simple บนสมาร์ตโฟน OPPO ก็ยังช่วยมอบประสบการณ์ที่ใช้งานได้ง่ายด้วยไอคอนและแบบอักษรที่ใหญ่ขึ้น และเดสก์ท็อปที่เรียบง่าย

      เส้นทางสู่ความยั่งยืนย่อมต้องพบกับความท้าทาย แต่ความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของ OPPO ที่มีต่อ“Technology for Mankind, Kindness for the World” จะช่วยขับเคลื่อนแนวปฏิบัติ CSR ในระยะยาว ด้วยการส่งเสริมนวัตกรรม เพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้ใช้ และสร้างประโยชน์ให้กับโลก โดย OPPO จะยังคงขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อไป

Follow Us

Scroll to Top