การ์ทเนอร์ คาดมูลค่าการใช้จ่าย บริการคลาวด์สาธารณะของผู้ใช้ทั่วโลก ปี 64 โตพุ่ง 23%

By Secretit / 03/05/2021

การ์ทเนอร์ อิงค์คาดการณ์มูลค่าการใช้จ่ายบริการคลาวด์สาธารณะของผู้ใช้ทั่วโลกในปีนี้โตขึ้น 23.1% คิดเป็นมูลค่าถึง 332.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 270 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีที่แล้ว

ซิด นาณ รองประธานฝ่ายวิจัยการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “เหตุการณ์ในปีที่แล้วทำให้ซีอีโอสามารถเอาชนะความไม่มั่นใจในการย้ายภารกิจสำคัญ ๆ จากการเก็บข้อมูลภายในองค์กรไปไว้บนระบบคลาวด์ถึงแม้ไม่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดความต้องการดาต้าเซ็นเตอร์ก็ลดลงอยู่ดี”

เทคโนโลยีเกิดใหม่ อาทิ  ContainerizationVirtualization และ Edge Computing จะถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายและช่วยขับเคลื่อนมูลค่าการใช้จ่ายคลาวด์ให้เติบโตมากขึ้น หรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ การแพร่ระบาดกระตุ้นให้ซีไอโอหันมาใส่ใจบริการคลาวด์อย่างจริงจัง”

แม้มีความท้าทายด้านเศรษฐกิจระดับมหภาค แต่การให้บริการคลาวด์สาธารณะกลับกำลังเบ่งบานอย่างมาก โดยเฉพาะSoftware as a Service (SaaS) ยังเป็นกลุ่มตลาดใหญ่ที่สุด คาดว่าในปี 2564 จะมีมูลค่าสูงถึง 122.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากความต้องการแอพพลิเคชั่นแบบผสมผสานนั้นต้องใช้ประสบการณ์ SaaS รูปแบบต่าง ๆ มาประกอบ (ดูตารางที่ 1) ในปี 2564 ตลาด Infrastructure-as-a-Service (IaaS) และตลาด Desktop-as-a-Service (DaaS) จะเติบโตสูงสุดที่ 38.5% และ 67.7% ตามลำดับ เนื่องจากซีไอโอต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างต่อเนื่องในการปรับขนาดโครงสร้างพื้นฐานให้รองรับปริมาณงานที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาไปสู่ระบบคลาวด์ รวมถึงความต้องการของทีมงานในการทำงานแบบไฮบริด

ขณะที่หลายองค์กรทั่วโลกต่างระดมสรรพกำลังครั้งใหญ่เพื่อผลิตและแจกจ่ายการฉีดวัคซีน COVID-19 ให้ทั่วถึง แอปพลิเคชันที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม SaaS เอื้อให้เราได้ทำงานที่มีความจำเป็นในรูปแบบใหม่ อาทิ ระบบอัตโนมัติและห่วงโซอุปทานที่กลายเป็นภารกิจสำคัญ แอปพลิเคชันต่าง ๆ ดังกล่าวแสดงถึงความน่าเชื่อถือของการปรับการบริหารจัดการวัคซีนที่ช่วยให้ซีไอโอตรวจสอบความถูกต้องเมื่อเปลี่ยนไปใช้ระบบคลาวด์

“สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าการใช้งานและการนำระบบคลาวด์มาใช้ในองค์กรต่าง ๆ ในช่วงที่กำลังเกิดวิกฤตอยู่นั้นจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ การใช้งานจะวิวัฒน์ไปอีกขั้นจากการให้บริการตามรูปแบบการใช้งาน เช่น การวางโครงสร้างพื้นฐานและการสับเปลี่ยนแอปพลิเคชันไปสู่การผสานรวมระบบคลาวด์เข้ากับเทคโนโลยีจำพวก ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตที่เชื่อมอุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ (Internet of Things) เครือข่าย 5G และอื่น ๆ” นาย นาณ กล่าวเพิ่มเติมว่า

“คลาวด์ยังทำหน้าที่ผสานเทคโนโลยีอื่น ๆ อีกมากมายที่ซีไอโอต้องการใช้งานเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อผลักดันให้องค์กรเติบโตอย่างก้าวกระโดดไปสู่ศตวรรษหน้าเมื่อผู้บริหารไอทีตระหนักถึงงานที่มีความซับซ้อนและงานในรูปแบบใหม่ ๆ หรืออย่างน้อยที่สุดก็จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดการพลิกโฉมตลาด”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *