ฟอร์ซพอยต์ เผยผลการศึกษา พบว่าความเข้าใจในพฤติกรรมของมนุษย์มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับองค์กรในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก

By Chattra / 05/04/2017

             ข้อมูลแสดงให้เห็นถึงการพบที่สำคัญของตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกซึ่งมาจากการศึกษาทั่วโลกของ ฟอร์ซพอยต์ ด้านของมนุษย์ ในส่วนของพฤติกรรม เจนตนารมณ์ และข้อมูล  เรื่อง The Human Point: An Intersection of Behaviours, Intent & Data” ซึ่งรวบรวมจากผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์จำนวน 1,250 คน

C8HcbwYXUAE4MLJ

      ระบบ เครือข่าย” กำลังถูกกัดกร่อนอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของการใช้บริการคลาวด์สาธารณะและส่วนตัว การนำอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้งานภายในองค์กร หรือ  บีวายโอดี(BYOD) และสื่อบันทึกข้อมูลแบบถอดได้  (Removable Media)  ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์และไอทีต้องทบทวนกับคำจำกัดความใหม่ของระบบเครือข่าย   ปัจจุบันมีองค์กรธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกประมาณ 38% กำลังใช้บริการคลาวด์ส่วนตัวเพื่อจัดเก็บและเข้าถึงข้อมูลสำคัญโดยมีสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 4 (26%) ที่อนุญาตให้มีการใช้ บีวายโอดี โดย 20% กำลังใช้ระบบคลาวด์สาธารณะ และ 26% กำลังใช้สื่อบันทึกข้อมูลแบบถอดได้ 

      การเพิ่มจำนวนการใช้บีวายโอดี (BYOD) รวมถึงนโยบายองค์กรที่อนุญาตให้พนักงานสามารถใช้โซเชียลมีเดียได้นั้น กำลังสร้างความกังวลให้กับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์ องค์กรธุรกิจมากถึง 65% มีความกังวลอย่างมากถึงมากที่สุดจาก การผสมรวม” แอพพลิเคชั่นส่วนตัวและธุรกิจเข้าไว้ด้วยกันในอุปกรณ์ที่ใช้งานอยู่ และองค์กรธุรกิจที่เหลือ (35%) มีความกังวลปานกลางหรือเล็กน้อย รวมถึงความสามารถในการมองเห็นขององค์กรกำลังถูกท้าทายอย่างมาก เนื่องจากข้อมูลได้ขยายครอบคลุมทั้งที่เป็นส่วนของบริษัท ของพนักงาน และของแอพพลิเคชั่น (องค์กรและผู้ใช้)

      องค์กรธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพียง 6% เท่านั้นที่มีความสามารถในการมองเห็นอย่างดีเยี่ยมครอบคลุมลักษณะการใช้งานข้อมูลทางธุรกิจที่สำคัญของพนักงานในอุปกรณ์ของบริษัท อุปกรณ์ของพนักงาน บริการที่บริษัทให้การอนุมัติใช้งานได้  เช่น เอ็กซ์เชนจ์ (Exchange) และบริการที่พนักงานใช้งานอยู่  เช่น กูเกิล ไดร์ฟ ( Google Drive) จีเมล (Gmail) และมีประมาณ 51% ที่สามารถมองเห็นการใช้งานข้อมูลธุรกิจที่สำคัญได้ปานกลางหรือเล็กน้อย ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ในสัดส่วน 37% จัดอันดับให้อีเมลมีความเสี่ยงต่อข้อมูลสำคัญทางธุรกิจสูงสุด ตามด้วยโซเชียลมีเดีย อุปกรณ์เคลื่อนที่ และแล็ปท็อป โดยความเชื่อมั่นสูงสุดอยู่ที่แอพของบุคคลที่สามที่ติดตั้งภายในองค์กร ซึ่งมีเพียง 7% ที่มองว่าเป็นข้อกังวลอันดับหนึ่งของตน

      สิ่งที่เป็นอันตรายต่างๆ เช่น มัลแวร์ ครอบคลุมจนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด เช่น พฤติกรรมที่ไม่ตั้งใจของผู้ใช้ ทำให้องค์กรกำลังต่อสู้กับการกระทำของบุคลากรที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านการรักษาความปลอดภัยได้ บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจัดอันดับให้มัลแวร์มีความเสี่ยงด้านการรักษาความปลอดภัยสูงสุด (30%) ตามด้วยพฤติกรรมที่ไม่ตั้งใจของมนุษย์ (24%) การดำเนินการที่ผิดกฎหมายของพนักงาน (10%) และพนักงานที่ทุจริต (12%) 

       การลงทุนด้านเทคโนโลยี (ข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data) มีแนวโน้มค่อนข้างต่ำ องค์กรธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพียง 18% เท่านั้นที่มีเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าต้องนำเทคโนโลยีเพิ่มเติมมาใช้เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการรักษาความปลอดภัยให้กับองค์กรธุรกิจของตนและมีองค์กรธุรกิจเพียง 34% ที่กำลังรวมข้อมูลขนาดใหญ่ไว้ในแนวทางการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยของตน ขณะที่ 29% มองว่าข้อมูลขนาดใหญ่เป็นอุปสรรคต่อการรักษาความปลอดภัยสำหรับองค์กรของตน 

       ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์เห็นด้วยว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจพฤติกรรมและเจตนาของบุคคลเมื่อดำเนินการกับทรัพย์สินทางปัญญาและข้อมูลทางธุรกิจอื่นๆ แต่มีจำนวนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่สามารถเข้าใจในสิ่งดังกล่าวได้อย่างแท้จริงประมาณ 74% ขององค์กรธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตระหนักถึงความสำคัญของการทำความเข้าใจในพฤติกรรมและเจตนาของพนักงานในมุมมองด้านความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม มากกว่า 60% ไม่เชื่อว่าพวกเขามีความเข้าใจมากพอเกี่ยวกับพฤติกรรมและเจตนาของบุคลากรที่กระทำกับข้อมูลทางธุรกิจปัจจุบันองค์กรธุรกิจปล่อยให้ตัวเองต้องตกอยู่ในความเสี่ยงต่อภัยคุกคามอันเนื่องมาจากการกระทำของพนักงานภายในเครือข่าย โดย 61% ไม่มั่นใจเกี่ยวกับการรับรู้ถึงการกระทำที่ต้องสงสัยหรือผิดปกติภายในเครือข่าย 

       เมื่อพิจารณาแนวโน้มในอนาคต ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมองเห็นข้อดีอย่างชัดเจนในการให้ความสำคัญกับผู้ใช้และพฤติกรรม ทั้งด้านการเงินและการดำเนินงาน เนื่องจากสิ่งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างแท้จริง 74% ขององค์กรธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเห็นด้วยอย่างยิ่งหรือเห็นด้วยว่าการให้ความสำคัญกับพฤติกรรมของมนุษย์มากขึ้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการรักษาความปลอดภัยและการใช้งบประมาณขององค์กรได้ ทั้งนี้ ไม่มีองค์กรธุรกิจรายใดเห็นแย้งในประเด็นนี้ 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *