หัวเว่ยเสริมแกร่งอีโคซิสเต็ม หนุน สตาร์ทอัพไทยร่วมขับเคลื่อน การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ในงาน ‘Spark-Ignite Pitching Day’

By Secretit / 21/09/2022

หัวเว่ยจัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศโครงการแข่งขันสำหรับสตาร์ทอัพ ‘Spark-Ignite Pitching Day & Award Ceremony’ ในงาน Spark Founders Summit 2022 งานสตาร์ทอัพที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชีย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของสตาร์ทอัพและอีโคซิสเต็มสตาร์ทอัพดิจิทัลของไทย ชนะจะได้รับเครดิตคลาวด์มูลค่า 125,000 เหรียญสหรัฐ หรือกว่า 4 ล้านบาท พร้อมการให้คำปรึกษาจากหัวเว่ยในการผลักดันธุรกิจให้เติบโต เพื่อเป็นขุมพลังสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล และส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลแห่งภูมิภาคอาเซียน

สิงหาคมที่ผ่านมา หัวเว่ยได้เปิดตัวการแข่งขัน ‘Spark-Ignite 2022’ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa), สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และเหล่าพันธมิตร การแข่งขัน ‘Spark Ignite Thailand’ เปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพไทยได้เข้าร่วมโครงการ Huawei Spark Accelerator เพื่อผลักดันบริษัทของพวกเขาให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และขยายศักยภาพการเติบโตสู่ระดับสากล จนถึงปัจจุบัน โครงการนี้สามารถเข้าถึงสตาร์ทอัพในประเทศไทยมากกว่า1,700 ราย และงานประชุมสุดยอด Spark Founders Summit จะเป็นการรวมตัวของผู้เล่นสำคัญในอีโคซิสเต็ม เชื่อมโยงเจ้าของกิจการ ผู้กำหนดนโยบาย องค์กร และนักลงทุนเข้าด้วยกัน เพื่อหารือเกี่ยวกับอนาคตด้านดิจิทัลของทวีปเอเชีย เกี่ยวกับไอเดียจากผู้นำทางความคิดและแนวปฏิบัติเพื่อความสำเร็จรวมทั้งจัดแสดงผลิตภัณฑ์และสตาร์ทอัพที่โดดเด่นอีกด้วย

ทีมชนะเลิศในโครงการการแข่งขัน Spark-Ignite 2022 ครั้งนี้ ได้แก่สตาร์ทอัพโกลบิช(Globish) ผู้ให้บริการด้านแพลตฟอร์ตออนไลน์สอนภาษาอังกฤษที่เน้นด้านทักษะการพูด สำหรับลูกค้าองค์กรและโรงเรียน โดย นส.ชื่นชีวัน วงษ์เสรี ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท โกลบิช อคาเดเมีย (ไทยแลนด์) จำกัด ได้ให้สัมภาษณ์ว่า 

“จุดประสงค์ในการเข้าร่วมโครงการนี้ก็เพราะเราต้องการขยายไปยังประเทศอื่นๆ เช่น ปากีสถาน บังคลาเทศ ประเทศในตะวันออกกลาง เป็นต้น การได้มาเข้าร่วมกับโครงการนี้ ก็จะทำให้เราสามารถขยายไปประเทศอื่นๆ ที่หัวเว่ยดำเนินธุรกิจอยู่ได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญเรายังต้องการใช้ระบบคลาวด์จากหัวเว่ยสำหรับบันทึกการเรียนการสอนในห้องเรียน และอาจต่อยอดนำเทคโนโลยีอื่นๆ เข้ามาช่วยในการเรียนการสอนได้ด้วย โดยปีหน้าตั้งเป้าจะบุกตลาดเวียดนามเต็มตัว รวมถึงตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 2 ล้านเหรียญ รึราวๆ 60 ล้านบาท”

รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งคือทีมสตาร์ทอัพฟินีม่า (Finema) ซึ่งส่งมอบบริการโซลูชันยืนยันตัวตนด้วย Public Key ในอุปกรณ์มือถือ สำหรับป้องกันการถูกขโมยตัวตนในโลกดิจิทัล และรองรับกับการใช้งานกับระบบลงทะเบียนยืนยันตัวตนในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ภาคการเงิน ภาคสาธารณสุข ภาคการท่องเที่ยว และภาคการศึกษา เป็นต้น โดย ชัชชัย ชาญเวชช์ หัวหน้าทีมพัฒนาธุรกิจ บริษัท ฟินีม่า จำกัดมองว่าการแข่งขันครั้งนี้จะช่วยทำให้สตาร์ทอัพไทยรู้จักผลิตภัณฑ์และบริหารของหัวเว่ยมากขึ้น เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดให้กับธุรกิจของตัวเองได้

ทั้งนี้ ทางฟินีม่า จะนำโซลูชัน OCR ของหัวเว่ยมาใช้ในการช่วยตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชน รวมถึงหาทางต่อยอดทางธุรกิจกับพาร์ทเนอร์ของหัวเว่ย ส่วนทีมที่ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับสองได้แก่ทีมสตาร์ทอัพ  BKK Management Group โดยนายเกรียงไกร พิพัฒน์วิไลกุล Managing Partner & Co-Founder BKK Management Group ได้ให้ข้อมูลว่าทางบริษัทได้ให้บริการโซลูชัน ERP (enterprise resource planning) สำหรับรวบรวมข้อมูลและนำเสนอรายงานอย่างรวดเร็ว  เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในสายการผลิตและลดต้นทุน โดยเขามองว่าตลาด ERP มีมูลค่าสูงถึง 8 พันล้านเหรียญสหรัฐในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การที่หัวเว่ยจัดโครงการการแข่งขันในลักษณะนี้จะช่วยทำให้สตาร์ทอัพไทยมีโอกาสได้เข้าถึงผู้เชี่ยวชาญและได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี เพื่อผลักดันให้เติบโตขึ้นไปอีกระดับได้

นอกจากนี้ ทีมสตาร์ทอัพที่ได้รับรางวัลอันดับ 4 ถึงอันดับ 8 ในโครงการการแข่งขันครั้งนี้ ได้แก่ Dynamic Intelligence Asia, Edvisory “We Assess”, Covest, Vecabo “Fleetex” และ Easy Rice ทั้งนี้ สตาร์ทอัพทั้ง 8 รายจะได้รับคำปรึกษาทางธุรกิจแบบตัวต่อตัวกับผู้บริหารระดับสูงของหัวเว่ย โดยผู้ชนะรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 จะได้รับเครดิตคลาวด์ 125,000 เหรียญสหรัฐ หรือกว่า 4 ล้านบาท และได้รับประโยชน์จากการเข้าถึงเทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญ และพันธมิตรทางการตลาดของหัวเว่ย ทีมรองชนะเลิศอันดับที่ 2 และ 3 ตลอดจนทีมอันดับที่ 4 และ 5 และอันดับที่ 6-8 จะได้รับรางวัลเป็นเครดิตคลาวด์ 80,000 เหรียญสหรัฐ 20,000 เหรียญสหรัฐ และ 5,000 เหรียญสหรัฐ ตามลำดับ เพื่อสนับสนุนธุรกิจให้พวกเขาสามารถเติบโตทำกำไรได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ผู้ร่วมแข่งขันทุกทีมจะได้รับโอกาสในการเข้าร่วมโครงการHuawei Spark ระดับ ‘Accelerate’ Tier หรือระดับ ‘Incubate’ Tier รวมถึงโครงการ Huawei Spark Fire, และโครงการ Spark Go China อีกด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *