เอสเอพี แต่งตั้ง อาตุล ตูลี ขึ้นบริหารเอสเอพี อินโดไชน่า

By Secretit / 10/03/2021

อาตุล ตูลี เป็นกรรมการผู้จัดการเอสเอพี ประจำภูมิภาคอินโดไชน่า

เอสเอพี เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศแต่งตั้ง อาตุล ตูลี เป็นกรรมการผู้จัดการเอสเอพี ประจำภูมิภาคอินโดไชน่า ด้วยประสบการณ์กว่า 25 ปีในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ อาตุลจะรับผิดชอบด้านการบริหารและขยายธุรกิจของเอสเอพี อินโดไชน่า ครอบคลุมตลาด ประเทศไทย กัมพูชา เนปาล มัลดีฟส์และในอีกหลายประเทศ พร้อมทั้งสนับสนุนลูกค้าองค์กรในภูมิภาคก้าวสู่การเป็น อินเทลลิเจนท์ เอ็นเตอร์ไพรซ์

อาตุล เข้ารับตำแหน่งรองประธานกรรมการและผู้อำนวยการฝ่ายประสบการณ์ลูกค้า เอสเอพี เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในปี 2562 โดยทำหน้าที่ส่งเสริมลูกค้าในการปรับตัวและสร้างผลสำเร็จทางธุรกิจ ผ่านการผลักดันให้เกิดการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน พร้อมทั้งนำเสนอการปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในช่วง New Normal ที่ผ่านมา โดย อาตุล มีความเชี่ยวชาญในด้านซอฟต์แวร์เพื่อการบริหารจัดการ ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน การบริหารประสบการณ์ลูกค้า ตลอดจนการจัดการผลิตภาพของพนักงาน ทั้งนี้ ตลอด10 ปีที่ผ่านมา อาตุล มุ่งเน้นการทำงานเพื่อขับเคลื่อนด้านโซลูชั่นคลาวด์ สำหรับองค์กร เป็นสำคัญ

อาตุล ตูลี กรรมการผู้จัดการเอสเอพีประจำภูมิภาคอินโดไชน่า กล่าวว่า ภูมิภาคอินโดไชน่า เป็นภูมิภาคที่มีการขยายตัวการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ดังจะเห็นได้จากนโยบาย ไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลไทย เพื่อส่งเสริมการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจดิจิทัลและยกระดับอุตสาหกรรม รวมถึงการเริ่มทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ภาครัฐ ภาคสาธารณูปโภค และภาคการผลิต

รายงานล่าสุดจาก ธนาคารโลก คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นในช่วง 2 ปีข้างหน้า และจะมีอัตราการเติบโต 4% ในปี 2564 ซึ่งประเทศไทยกำลังเร่งปรับตัวสู่การเป็นอุตสาหกรรม 4.0 เพื่อการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางแห่งระบบโลจิสติกส์ดิจิทัลที่มีความล้ำสมัย ขยายโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจจากโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก และการก้าวเข้าสู่ดินแดนแห่งการสื่อสารด้วยระบบ 5G ประกอบกับปัจจัยด้าน การปฎิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 จะมีส่วนสร้างให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 3.7 แสนล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2568 นอกจากนี้ ยังคาดว่า มูลค่าตลาดของ Internet of Things (IoT) ในประเทศไทยจะสูงถึง 65.74 พันล้านบาทภายในปี 2573 เพิ่มขึ้นจาก 3.6 พันล้านบาทในปี 2561 โดยมีผู้ขับเคลื่อนสำคัญ ได้แก่ ผู้บริโภค ภาคการผลิต ภาคการขนส่ง และโลจิสติกส์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *