Xiaomi Open Wear Stereo Pro หูฟังโอเพนเอียร์รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Xiaomi ด้วยดีไซน์ที่สวยงาม น้ำหนักที่เบา สามารถจะพกพาไปได้ทุกที่ เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่ชอบความปลกใหม่ ใช้งานง่าย วันนี้ เรามาเจาะลึก 3 จุดเด่นของหูฟังตัวนี้กัน
– ดีไซน์โดดเด่น น้ำหนักเบา เข้ากับทุกจังหวะชีวิต

ด้วยดีไซต์ที่โดดเด่น ปรับให้มีความทันสมัย มาพร้อมสายไทเทเนียมที่ให้ความยืดหยุ่น เวลาสวมใส่ น้ำหนักที่เบาเพียง 9.7 กรัม ต่อข้าง สวมใส่สบายและปรับตามรูปแบบของใบหูของผู้ใช้งาน ส่วนน้ำหนักของกล่องชาร์จ หนักเพียง 52.5 กรัม ช่วยให้คุณพกพาไปได้ทุกที่ ใช้ได้กับทุกกิจกรรมของคุณ เช่น การออกกำลัง การฟังเพลง ดูซีรีย์ ระหว่างเดินทาง ฯ

ในส่วนของตัว หูฟังถูกออกแบบให้เอียงออกด้านนอก ซึ่งจะช่วยช่วยลดแรงกดตรงใบหู รวมถึง การมีระบบรองรับสามจุด เป็นตัวช่วยกระจายแรงกดออกไป จะทำให้ผู้ใช้งานไม่เมื่อยล้าที่ใบหู แม้จะใช้งานเป็นเวลานานๆ
– คุณภาพเสียงระดับโปร

Xiaomi Open Wear Stereo Pro มาพร้อมระบบไดรเวอร์หลายตัว ช่วยในการสร้างสมดุล ทั้งเสียงเบสที่หนักแน่น โทนเสียงกลางแบบนุ่มนวล และเสียงแหลมที่ให้ความคมชัด จึงสามารถเก็บได้ทุกรายละเอียดของการฟังเพลง รีบฟังเสียงจากการชมภาพยนต์ หรือแม้แต่การเล่นเกม
รับรอง Hi-Res Audio Wireless ช่วยในการรักษาคุณภาพเสียงที่สูงไว้ได้ ไม่ทำให้สูญเสียรายละเอียด อีกหนึ่งจุดเด่น คือ ระบบลดการรั่วไหลของเสียงแบบแอคทีฟช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้งานได้ถึง 60% ไดรเวอร์ลดการรั่วไหลของเสียงจะแสดงประสิทธิภาพขณะโทรในระยะ 25 ซม. ด้วยระดับเสียง 50% ซึ่งได้รับการรับรองจากห้องทดลองของ Xiaomi
– แบตฯ อึด ใช้งานได้อย่างไร้กังวลตลอดวัน

หูฟัง Xiaomi Open Wear Stereo Pro ให้เราใช้งานได้นาน 8.5 ชั่วโมง ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง เรายังสามารถใช้งานร่วมกับเคสชาร์จแม่เหล็กที่มาให้ ใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 45 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังรองรับการชาร์จเร็ว หมายความว่า เราอาบน้ำ แต่งตัว และเราสามารถชาร์จแบตฯ ทิ้งไว้เพียง 10 นาที เราสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องถึง 2 ชั่วโมง เรียกได้ว่าสะดวก และรวดเร็ว (อันนี้ชอบมาก เพราะลืมชาร์จประจำ ^^)
แถมอีกนิด Xiaomi Open Wear Stereo Pro มาพร้อมระบบป้องกันฝุ่นและน้ำระดับ IP5416 ช่วยให้เราฟังเพลงได้สบายใจในสภาพลมฝน หรือแม้กระทั่งขณะออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมอื่นๆ

บทสรุป : Xiaomi Open Wear Stereo Pro หูฟังโอเพนเอียร์ตัวนี้ถือว่าตอบโจทย์การใช้งานอย่างมาก ด้วยรูปทรงที่สวยงาม กระทัดรัด มีให้เลือกถึง 3 สี ได้แก่ Titan Gray, Graphite Black และ Sand Gold วางจำหน่ายล้ว วันนี้ ในราคา 5,590 บาท



