InterSystems Asia READY 2026 ยกระดับระบบสาธารณสุขทั่วเอเชีย เพื่อการนำ AI มาใช้งานได้จริงจริง 

     บริษัท อินเตอร์ซิสเต็มส์(InterSystems) ผู้ให้บริการเทคโนโลยีข้อมูล เชิงนวัตกรรม ซึ่งบริหารจัดการข้อมูลสุขภาพมากกว่าหนึ่งพันล้านระเบียนทั่วโลก ตอกย้ำศักยภาพของปัญญาประดิษฐ์(AI) การเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างระบบ (Interoperability) และข้อมูลสุขภาพที่เชื่อถือได้ ในฐานะกลไก สำคัญในการยกระดับการให้บริการด้านสุขภาพและขับเคลื่อนการพัฒนาโรงพยาบาลอัจฉริยะ ภายในงานประชุมระดับภูมิภาค InterSystems Asia READY 2026

     ภายใต้แนวคิด “Are You READY for the Future?” งานประชุมระดับภูมิภาคครั้งนี้รวบรวมผู้บริหารองค์กรด้านสุขภาพ บุคลากรทางการแพทย์ ผู้นำด้านสุขภาพดิจิทัล และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เพื่อแสดงให้เห็นว่าแพลตฟอร์มข้อมูล ที่เชื่อมโยงถึงกันสามารถเป็นรากฐานสำคัญในการนำ AI มาใช้งานได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการขยายตัว สร้างความน่าเชื่อถือ เพิ่มประสิทธิภาพทั้งในด้านการรักษาพยาบาลและการดำเนินงานขององค์กรสาธารณสุข

 

     ลูเซียโน บรุสเตีย (Luciano Brustia) กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อินเตอร์ซิสเต็มส์ และ ดอน วูดล็อก (Don Woodlock) ประธาน บริษัทอินเตอร์ซิสเต็มส์ เน้นย้ำ 3 ปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อน การเปลี่ยนผ่านระบบสุขภาพ ได้แก่ การสร้างรากฐานข้อมูลที่เชื่อถือได้ การเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างระบบ และการประยุกต์ใช้ AI เพื่อแก้โจทย์จริงในภาคสาธารณสุข

 

การประยุกต์ใช้เอไอในระบบสาธารณสุข การนำเอไอมาใช้เพื่อยกระดับผลลัพธ์ทางการแพทย์และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การแก้ปัญหาอัตราส่วนแพทย์ต่อคนไข้และรองรับสังคมผู้สูงอายุ
การใช้เอไอในเวิร์กโฟลว์เพื่อช่วยสรุปข้อมูลและประวัติผู้ป่วย การเชื่อมโยงชุดข้อมูลที่แตกต่างกันให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การสร้างระบบเอไอที่ใช้งานได้จริง ขยายผลได้ และมีความน่าเชื่อถือ การให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ธรรมาภิบาล และการกำกับดูแลโดยมนุษย์

ข้อมูลที่เชื่อถือได้ คือรากฐานสำคัญของ AI ด้านสุขภาพ

     ผู้ให้บริการด้านสุขภาพ รวมถึงโรงพยาบาล มีการสร้างและจัดเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาลจากหลากหลายระบบ ทั้งเวชระเบียน อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Health Record: EHR) ห้องปฏิบัติการ ระบบภาพทางการแพทย์ ระบบบริหารจัดการอุปกรณ์ ที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย ตลอดจนแหล่งข้อมูลอื่นอย่างไรก็ตาม เมื่อข้อมูลเหล่านี้ยังกระจัดกระจายและแยกออกจากกัน องค์กรด้านสุขภาพอาจไม่สามารถมองเห็นภาพรวมของผู้ป่วยและการดำเนินงานได้อย่างครบถ้วน รวมถึงเผชิญข้อจำกัดในการ ประสานการดูแลผู้ป่วยระหว่างหน่วยงาน

      การเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างระบบช่วยให้องค์กรสามารถเชื่อมต่อข้อมูลที่หลากหลายได้อย่างปลอดภัย ทำให้ ข้อมูลเข้าถึงและนำไปใช้งานได้ง่ายขึ้น พร้อมสร้างรากฐานสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลและการนำ AI มาใช้ เพื่อสนับสนุน การตัดสินใจทางคลินิกเพื่อการรักษาผู้ป่วย การประสานการดูแลผู้ป่วยและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยรวม

     “การเชื่อมโยงและการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างระบบต่างๆช่วยให้องค์กรด้านสุขภาพ ทั่วเอเชียแปซิฟิก ก้าวไปไกลกว่าเพียงแค่การเปลี่ยนข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล สู่รูปแบบการดูแลสุขภาพที่เชื่อมโยง และชาญฉลาดมากขึ้น ประเทศไทยมีระบบนิเวศด้านการบริการสุขภาพที่แข็งแกร่งและให้ความสำคัญกับสุขภาพดิจิทัล และนวัตกรรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โอกาสสำคัญคือการเชื่อมโยงข้อมูลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสร้างรากฐาน ข้อมูลที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถขยายการใช้ AI ในระบบสุขภาพ เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นองค์ความรู้ ที่นำไปใช้ได้จริง และสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นสำหรับทั้งผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์”

เปลี่ยนศักยภาพ AI สู่คุณค่าที่นำไปใช้ได้จริง

     การนำ AI มาใช้ในระบบสาธารณสุขควรมุ่งตอบโจทย์ความต้องการด้านการรักษาพยาบาล และการดำเนินงาน ตั้งแต่การช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์เข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดภาระ งานด้านเอกสารและงานธุรการ ไปจนถึงการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

     ลูเซียโน กล่าวเพิ่มเติมว่า “การพูดถึง AI ในวงการสาธารณสุขจำเป็นต้องก้าวข้ามจากคำถามว่า AI สามารถ ทำอะไรได้ในทางทฤษฎี ไปสู่การพิจารณาว่า AI สามารถสร้างคุณค่าที่มีความหมายได้จริงในจุดใดบ้าง การที่จะนำ AI มาใช้ในระบบสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ และมีบริบทที่เหมาะสม เราจึงให้ความสำคัญกับ Practical AI หรือ AI ที่นำไปใช้ได้จริง เพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ ยกระดับ กระบวนการทำงาน และช่วยให้องค์กรสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่มีอยู่ได้ดียิ่งขึ้น”

ข้อมูลที่เชื่อมโยงกันช่วยขับเคลื่อนโรงพยาบาลอัจฉริยะ

     โรงพยาบาลอัจฉริยะจำเป็นต้องพึ่งพาระบบด้านการรักษาพยาบาลและระบบปฏิบัติการที่หลากหลาย การเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างระบบช่วยให้ข้อมูลสามารถไหลเวียนระหว่างระบบต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังช่วยให้องค์กรสามารถใช้ประโยชน์จากการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิมได้อย่างเต็มศักยภาพ

     “โรงพยาบาลอัจฉริยะไม่สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากข้อมูลสำคัญยังคงถูกแยกอยู่ในระบบต่าง ๆ การนำข้อมูลเหล่านี้มาเชื่อมโยงเข้าด้วยกันบนรากฐานข้อมูลที่เชื่อถือได้ จะช่วยให้องค์กรด้านสุขภาพสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่พร้อมรองรับการวิเคราะห์ข้อมูล AI และบริการดิจิทัลรูปแบบใหม่ในระดับที่สามารถขยายการใช้งานได้จริง”

      อินเตอร์ซิสเต็มส์ ยังนำเสนอตัวอย่างการใช้งานจริงที่ครอบคลุมทั้งการเชื่อมโยง และแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านสุขภาพ กระบวนการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI ระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่ ระบบ นิเวศด้านสุขภาพที่เชื่อมโยงถึงกัน ตลอดจนสถาปัตยกรรมข้อมูลสมัยใหม่ ซึ่งก็คือ การวางระบบและ การวางแผน จัดการข้อมูลภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพ

     สำหรับประเทศไทย อินเตอร์ซิสเต็มส์และดาต้าวัน (DataOne) ได้ประกาศความร่วมมือเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพื่อพัฒนาโครงสร้างเชื่อมโยงข้อมูลที่มีความพร้อมสำหรับ AI ระหว่างโรงพยาบาลและบริษัทประกันภัย สนับสนุน การเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพ ตลอดจนระบบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนทางอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ

Scroll to Top