ทำไม “การ์ด” ใบหนึ่ง ที่ดูเหมือนกระดาษธรรมดา จึงสามารถกลายเป็นของสะสมที่บางคนยอมจ่ายเงินหลักล้านเพื่อครอบครอง และอะไรทำให้การ์ดบางใบกลายเป็นของที่นักสะสมทั่วโลกต่างต้องการ? คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ “ราคา” เพียงอย่างเดียว
เบื้องหลังการ์ดสะสมหนึ่งใบมีองค์ประกอบมากมาย ตั้งแต่ความหายาก (Rarity) ความนิยม(Popularity) สภาพของการ์ด (Condition) เรื่องราวและประวัติที่อยู่เบื้องหลัง (Story & History) ไปจนถึงความต้องการและคุณค่าที่เกิดขึ้นในกลุ่มนักสะสมสิ่งเหล่านี้ล้วนมีส่วนทำให้การ์ดแต่ละใบมีความหมายแตกต่างกันออกไป

จากจุดเริ่มต้นที่อาจจะมาจาก “ความชอบ” ในตัวละคร เกม กีฬา หรือเรื่องราวบางอย่าง การสะสมสามารถพัฒนาไปสู่การค้นหา การแลกเปลี่ยน และการเชื่อมต่อกับผู้คนที่มีความสนใจเดียวกัน จนเกิดเป็น Community และวัฒนธรรมของการสะสมหรือ Collectible Culture
จาก “กระดาษหนึ่งใบ” สู่ของสะสมหลักล้าน อะไรเป็นตัวกำหนดคุณค่า?
ความหายาก (Rarity) เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญ การ์ดที่ผลิตในจำนวนจำกัดหรือหาได้ยากย่อมสร้างความสนใจในหมู่นักสะสม ขณะที่ ความนิยม (Popularity)ของตัวละคร นักกีฬา เกม หรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการ์ด ก็สามารถมีส่วนสร้างความต้องการได้เช่นเดียวกัน
อีกองค์ประกอบคือ สภาพของการ์ด (Condition) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่นักสะสมให้ความสำคัญนอกจากนี้ เรื่องราวและประวัติ (Story & History) ที่อยู่เบื้องหลังการ์ดยังช่วยสร้างความหมายที่แตกต่างออกไปให้กับการ์ดแต่ละใบ แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ Community และ Demand เพราะท้ายที่สุดแล้ว โลกของ Collectibles จะมีความหมายได้ก็เมื่อมีผู้คนที่มองเห็นคุณค่า สนใจ และต้องการเชื่อมต่อกับของสะสมเหล่านั้น

อภิสัณห์ วงษ์ภิญญาวัธน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะ การ์สเตอร์ จำกัดและผู้จัดงาน Bangkok International Card Show กล่าวว่า “การ์ดสะสมทุกใบไม่ได้มีเพียงคุณค่าหรือมูลค่าทางการตลาดเท่านั้นแต่มีคุณค่าทางจิดใจ ทั้งในแง่มุมของความหายาก เรื่องราว ความทรงจำ และประสบการณ์ส่วนตัวของนักสะสมที่มีร่วมกับการ์ด ตัวละครหรือบุคคลในการ์ดใบนั้นๆ สิ่งเหล่านี้คือเสน่ห์ที่ทำให้โลกของ Collectible Cards มีความน่าสนใจไม่เหมือนใครและมีเสน่ห์สำหรับนักสะสมจากทั่วทุกมุมโลกเสมอ”
ปัจจุบัน การ์ดที่มีการสะสมกันแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ Sports Cards / Non SportsCards / Trading Card Games ในส่วนของผู้ที่สะสมการ์ด มีตั้งแต่ 7 ปี แต่กลุ่มที่มีกำลังซื้อ จจะอยู่ในช่วงอายุ 32 – 40 ปี ส่วนมูลค่าของการ์ดนั้น ขึ้นอยู่กับปริมาณความต้องการของตลาด จำนวนที่ผลิตออกมา สำหรับมูลค่าตลาดในปีที่ผ่านมาสูงถึง 23,000 ล้านบาท
เพราะ “ราคา” และ “คุณค่า” อาจไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

(มูลค่าขแงตลาดการ์ดสะสมปัจจุบัน)
หากมองจากภายนอก โลกของ Collectible Cards อาจถูกเชื่อมโยงกับเรื่อง “ราคา”โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวเกี่ยวกับการ์ดหายากที่มีมูลค่าสูง แต่สำหรับนักสะสมแล้ว การ์ดที่ “มีค่าที่สุด” อาจไม่จำเป็นต้องเป็นการ์ดที่ “แพงที่สุด” เสมอไป การ์ดใบสำคัญของใครบางคนอาจเป็นการ์ดใบแรกที่ทำให้เขาเริ่มต้นสะสมอาจเป็นตัวละครหรือนักกีฬาที่ชื่นชอบมาตั้งแต่วัยเด็ก หรืออาจเป็นการ์ดที่ใช้เวลาตามหามานานและมีเรื่องราวส่วนตัวอยู่เบื้องหลัง นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมคำว่า Value ในโลกของ Collectibles จึงมีมิติที่กว้างกว่าราคาซื้อขาย
“สำหรับ Card Collector การ์ดที่มีค่าที่สุดอาจไม่ใช่ใบที่แพงที่สุดในคอลเลคชั่นสะสม แต่อาจเป็นใบแรกที่นักสะสมได้มา ใบที่ตามหามาหลายปีหรือใบที่มีเรื่องราวบางอย่างในความทรงจำของนักสะสม และนี่คือเสน่ห์ของ Collectible Cards ที่ราคาไม่ได้ชี้วัดคุณค่าเสมอไป” อภิสัณห์ กล่าว
เมื่อคนรุ่นใหม่ไม่ได้เพียง “สะสม” แต่กำลังมองหา Experience และCommunity

อีกหนึ่งมิติที่ทำให้โลกของ Collectible Cards น่าสนใจ คือ ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นรอบๆ การสะสม จุดเริ่มต้นของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน บางคนเริ่มต้นจากตัวละครที่ชื่นชอบ บางคนสนใจเกม กีฬา หรือPop Culture ขณะที่บางคนหลงใหลในความสนุกของการค้นหาการ์ดที่ต้องการ รึบางคนอาจต้องการทำกำไรในระยะสั้น จากคำว่า “ชอบ” จึงนำไปสู่การ “สะสม” และเมื่อผู้สะสมเริ่มพบกับคนที่มีความชอบเดียวกัน การสะสมก็สามารถกลายเป็นกิจกรรมทางสังคมที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน ทั้งผ่านการพูดคุย การค้นหา การแลกเปลี่ยน และการแบ่งปันเรื่องราวของ Collection ของแต่ละคน จากกิจกรรมที่ดูเหมือนเป็นเรื่องส่วนบุคคล จึงสามารถพัฒนาไปเป็น Community ที่มี Passion ร่วมกันได้
Cardster กับแนวคิดทำให้โลก Collectibles เป็นพื้นที่ที่ทุกคนเข้าถึงได้
ท่ามกลางความสนใจที่เกิดขึ้น Cardster ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้โลกของCollectibles เข้าใจง่ายและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักสะสมที่อยู่ในวงการมานานหรือคนที่เพิ่งเกิดความสนใจและกำลังมองหาจุดเริ่มต้นของตัวเองแนวคิดสำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงแค่การมองการ์ดเป็น “สินค้า” แต่คือการสร้างประสบการณ์ในการสะสม ความสนุกสนานและการสร้าง Community ของนักสะสมในระดับนานาชาติเพื่อเป็นพื้นที่ให้กับนักสะสมชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาร่วมสนุก พบปะพูดคุยซื้อ–ขาย และแลกเปลี่ยนการ์ดสะสม อีกทั้งยังเป็นการแลกเปลี่ยนมุมมอง ความรู้และความชื่นชอบของแต่ละคนที่มีความแตกต่างกันอีกด้วย
Bangkok International Card Show ที่ที่ Passion และ Community เจอกัน

หนึ่งในพื้นที่ที่สะท้อนแนวคิดดังกล่าวคือ Bangkok International Card Show ซึ่งเปิดโอกาสให้คนที่มีความสนใจในโลกของการ์ดและ Collectibles ได้มาพบปะและสัมผัสบรรยากาศของCommunity อย่างใกล้ชิด Cardster มองว่างานในลักษณะนี้สามารถทำหน้าที่ได้มากกว่าการเป็นพื้นที่สำหรับการ์ด แต่ยังเป็นจุดนัดพบของPassion ที่หลากหลาย ให้ทั้งคนที่อยู่ในวงการและคนที่เพิ่งเริ่มสนใจได้เข้ามาทำความรู้จักกับโลก Collectibles ผ่านประสบการณ์จริง “Bangkok International Card Show” เกิดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้กับนักสะสมชาวไทย และจากทั่วทุกมุมโลกได้มาพบปะ พูดคุยและแชร์ประสบการณ์เรื่องการ์ดสะสม พร้อมทั้งซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนการ์ดสะสม นอกจากนี้ยังได้สัมผัส“THE ONE OF ONE EXPERIENCE” ประสบการณ์ใหม่ที่ผสานวัฒนธรรม การท่องเที่ยวและเอกลักษณ์ของความเป็นไทยควบคู่ไปกับโลกของการ์ดสะสมอีกด้วย
ท้ายที่สุดนี้ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักสะสมมือใหม่หรือมือเก๋า พื้นที่ Bangkok International Card Show เปิดกว้างให้กับผู้คนในทุกเพศ ทุกวัย และทุกเชื้อชาติเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Community นี้ และได้รับประสบการณ์สุดพิเศษในโลกของการสะสม โดยปีนี้ ตั้งเป้าคนที่เข้าร่วมงานประมาณ 12,000 คน จาก 30 ประเทศ รายได้ทั้งปี 220 ล้านบาท” อภิสัณห์ กล่าวทิ้งท้าย



